นิทานเรื่อง เจ้าหมูจอมตะกละ นิทานสำหรับเด็กที่เสริมสร้างจินตนาการและแฝงข้อคิดที่สอนให้รู้จักการแบ่งปัน ไปอ่านนิทานก่อนนอนเรื่องนี้พร้อมสอนลูกน้อยกัน
หากกำลังมองหานิทานสนุก ๆ ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะและข้อคิดดี ๆ ให้กับลูกน้อยก่อนเข้านอน ต้องไม่พลาดอ่าน "นิทานเรื่อง เจ้าหมูจอมตะกละ" นี่คือนิทานสำหรับเด็กยุคใหม่ที่หยิบยกเอาเสน่ห์การสอนใจสไตล์นิทานอีสป มาเล่าผ่านเหตุการณ์สุดป่วนในครอบครัว เมื่อเด็กชายคนหนึ่งเกือบจะกลายเป็นหมูจริง ๆ เพราะความเห็นแก่กิน ! มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันในนิทานก่อนนอนเรื่องนี้ว่า มารยาทบนโต๊ะอาหารและการรู้จักแบ่งปันจะช่วยเสกให้เขากลับมาเป็นมนุษย์เหมือนเดิมได้หรือไม่ รับรองว่าเด็ก ๆ จะได้ทั้งความเพลิดเพลินและบทเรียนล้ำค่าแน่นอน
วันหนึ่ง พี่น้องตระกูลกัตส์ทั้งสี่คนนั่งลงที่โต๊ะอาหารเพื่อรอรับประทานมื้อค่ำ สมาชิกประกอบไปด้วย โทบี้, บิลลี่, แอนดี้ และพีทีย์ เด็กชายทั้งสี่ตื่นเต้นมากเพราะคืนนี้เป็น "คืนพาสต้าสปาเกตตี" ซึ่งเป็นอาหารโปรดของทุกคนในครอบครัว และเป็นคืนที่พวกเขาชอบที่สุดในรอบสัปดาห์เลยทีเดียว
คุณพ่อเดินออกมาพร้อมกับขนมปัง พีทีย์ กระโดดพรวดขึ้นคว้าขนมปังไปชิ้นหนึ่งอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
อืม..." แอนดี้ ทานเบา ๆ
ต่อมาคุณแม่ยกสปาเกตตีออกมา
"เย้ !" เด็ก ๆ ทุกคนร้องตะโกนด้วยความดีใจ พวกเขาต่างยื่นชามของตัวเองออกไปเพื่อรอให้คุณแม่ตักแบ่งให้ แต่พีทีย์กลับโน้มตัวตัดหน้าโทบี้แล้วใช้ข้อศอกผลักพี่ชายออกไปเพื่อให้ตัวเองได้รับการตักแบ่งเป็นคนแรก ยิ่งได้เร็วเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งได้กินเร็วเท่านั้น และยิ่งเขากินเร็วเท่าไหร่ เขาก็จะมีโอกาสขอ "เบิ้ล" รอบสองได้มากขึ้น !
"อา... พีทีย์...?" โทบี้พูดขึ้นอย่างงง ๆ
พีทีย์เริ่มตักสปาเกตตีเข้าปากอย่างบ้าคลั่ง เขากินอย่างมูมมามและรวดเร็ว จนเสียงดัง "จ๊วบ ๆ ซี้ด ๆ" ดังไปทั่วห้อง ทันใดนั้นสิ่งประหลาดก็เกิดขึ้น...
ผิวของพีทีย์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูจัด
"พีทีย์ !" ครอบครัวของเขาร้องทัก "ลูกตัวเป็นสีชมพูไปหมดแล้ว !"
แต่พีทีย์ไม่ได้สนใจ เขาตั้งหน้าตั้งตากินขนมปังกระเทียมต่ออย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขากัดขนมปังคำโตเข้าไป จมูกของเขาก็เริ่มหดสั้นลงและบานออก รูจมูกขยายกว้างขึ้นจนกลายเป็นจมูกหมูสีชมพูแป๋นอยู่กลางใบหน้า
"พีทีย์ !" ทุกคนตะโกน "ลูกมีจมูกหมู !"
พีทีย์ยังคงไม่หยุด เขาคว้าจานสปาเกตตีมาอีกจานและเริ่มโซ้ยต่ออย่างไม่ลืมหูลืมตา ทันใดนั้น หูของเขาก็เริ่มยืดออกและกลายเป็นทรงสามเหลี่ยมตั้งชัน หนังตาของเขาเริ่มบวมจนตาดูเล็กลงเหมือนตาหมู
"พีทีย์ !" ครอบครัวร้องด้วยความตกใจ "ลูกมีหูหมูแล้วนะ !"
แต่พีทีย์ก็ยังไม่สนใจ เขากวาดสปาเกตตีคำสุดท้ายเข้าปากอย่างรวดเร็ว และในตอนนั้นเอง เขาก็รู้สึกคันยุบยิบที่ด้านหลัง เมื่อเขาหันไปมอง เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นหางสีชมพูเล็ก ๆ ม้วนขดเป็นเกลียวงอกออกมาจากก้นของเขา
"พีทีย์ !" ครอบครัวตะโกนพร้อมกัน "นายมีหางหมูด้วย !"
และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ตอนนี้ พีทีย์ กัตส์ ไม่ใช่เด็กชายพีทีย์อีกต่อไปแล้ว แต่เขากลายเป็น "หมู" ไปจริง ๆ เสียแล้ว พีทีย์พูดไม่ได้ เขาทำได้เพียงส่งเสียงร้อง "อู๊ด ๆ" เบา ๆ อย่างเศร้าสร้อย คล้ายกับจะยอมรับว่าเขาช่างตะกละเหลือเกินในคืนสปาเกตตีนี้
จู่ ๆ พีทีย์ก็นึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ "เราลืมทำสลัดนี่นา !" เขาร้องออกมา (ในใจ)
พีทีย์รู้สึกผิดอย่างมาก เขาจึงรีบลุกขึ้น (ด้วยสี่ขา) แล้วเดินไปช่วยคุณแม่คาบชามสลัดมาวางบนโต๊ะ ทันทีที่เขาทำแบบนั้น หูหมูของเขาก็หายไปและกลับกลายเป็นหูเด็กผู้ชายเหมือนเดิม
เมื่อถึงเวลาของหวาน เขาปล่อยให้พี่อๆ ของเขาตักไอศกรีมก่อนเป็นคนแรก ทันใดนั้น หางม้วน ๆ ของเขาก็หายวับไป
เมื่อถึงเวลาต้องราดซอสช็อกโกแลตลงบนไอศกรีม เขาตักเพียงแค่ช้อนเดียวเท่านั้น ดวงตาที่บวมตุ่ยก็กลับมาเป็นดวงตาปกติของเด็กชาย
และเมื่อมีอาหารเหลืออยู่เล็กน้อยตอนท้ายมื้อค่ำ เขาได้ยกส่วนที่เหลือนั้นให้กับคุณแม่ ผิวสีชมพูของเขาก็กลับมาเป็นสีผิวเด็กปกติอีกครั้ง
แต่พีทีย์ยังคงเหลือจมูกหมูอันใหญ่อยู่ตรงกลางใบหน้า !
เขาจะทำอย่างไรดีเพื่อให้จมูกนี้หายไป ในเมื่อมื้อค่ำจบลงแล้ว และไม่มีอาหารเหลือให้เขาต้องแสดงความไม่ตะกละอีก เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเข้าไปช่วยคุณพ่อคุณแม่ล้างจานอย่างขยันขันแข็ง และดูเหมือนว่าการทำความดีครั้งนี้จะได้ผล... จมูกหมูค่อย ๆ ยุบลงจนกลายเป็นจมูกของเด็กชายพีทีย์ กัตส์ คนเดิมในที่สุด
คืนนั้น พีทีย์เรียนรู้บทเรียนสำคัญว่า การแบ่งปันและการมีมารยาทบนโต๊ะอาหารนั้นสำคัญเพียงใด และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่อยากกลับไปเป็นหมูอีกแล้ว !
- คติสอนใจ : การรู้จักแบ่งปันและคำนึงถึงผู้อื่น จะทำให้เราเป็นที่รักและมีความสุขมากกว่าการโลภเพื่อตัวเองเพียงคนเดียว
บทความที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลจาก : storyberries.com





