ตั้งครรภ์ท้องสองต้องเตรียมตัวยังไง ท้องแรกกับท้องต่างกันไหม แล้วแม่ตั้งครรภ์จะต้องทำยังไงบ้างทั้งการดูแลตัวเองและการดูแลลูกคนแรกให้ไม่รู้สึกขาด เรามีคำตอบ

มีหลายครอบครัวเลยที่อยากมีลูกมากกว่า 1 คน เพราะอยากให้ลูก ๆ โตมามีเพื่อนและได้ดูแลกันและกัน แต่ความยากลำบากก็ตกอยู่ที่คุณแม่ตอนตั้งครรภ์นี่แหละ เพราะแม้ว่าคุณแม่จะมีประสบการณ์จากการตั้งครรภ์ครั้งแรก แต่การตั้งครรภ์ครั้งที่สองมักมีความแตกต่างทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เรามาดูกันดีกว่าว่าท้องแรกกับท้องสองต่างกันไหม มีอะไรที่ไม่เหมือนเดิม เพื่อให้แม่ตั้งครรภ์เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ
ตั้งครรภ์ที่สองมีความแตกต่างจากครรภ์แรก
อย่างไรบ้าง ?
สำหรับคุณแม่ที่อยากรู้ความต่าง ว่าท้องที่สองจะมีอาการแตกต่างจากท้องแรกยังไง โดยทั่วไปคุณแม่จะมีอาการดังนี้ค่ะ
1. เริ่มมีอาการตั้งครรภ์เร็วขึ้น
กล้ามเนื้อและผนังมดลูกที่เคยยืดหยุ่นจากการตั้งครรภ์ครั้งก่อนอาจทำให้คุณแม่รู้สึกถึงอาการต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้ หรือปวดเมื่อยได้เร็วขึ้น
2. รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของทารกเร็วขึ้น
เนื่องจากคุณแม่มีประสบการณ์มาก่อน จึงสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของทารกได้เร็วขึ้นในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 16
3. อาการเหนื่อยล้าอาจรุนแรงขึ้น
เนื่องจากการที่ต้องดูแลลูกคนแรกไปด้วยอาจทำให้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ครั้งที่สอง
4. การคลอดอาจใช้เวลาน้อยลง
การคลอดครั้งที่สองมักใช้เวลาน้อยกว่าครั้งแรก เนื่องจากร่างกายมีความพร้อมและผ่านประสบการณ์จากครั้งแรกมาแล้ว

การเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง
อย่างที่บอกข้างต้นว่า การตั้งครรภ์ลูกคนที่สองมักมีความแตกต่างจากครั้งแรก ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้คุณแม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นใจขึ้น โดยควรเตรียมตัวดังนี้
1. เตรียมร่างกายให้พร้อม - โดยคุณแม่ควรเตรียมร่างกายดังนี้
- ตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ : ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพทั่วไปและตรวจหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือภาวะโลหิตจาง
- รับประทานกรดโฟลิก : ช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติของทารก เช่น ความผิดปกติของสมองหรือไขสันหลัง ควรรับประทานก่อนและในช่วงแรกของการตั้งครรภ์
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ : ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและลดความเครียด ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มกิจกรรมออกกำลังกายใหม่ ๆ
2. เตรียมจิตใจและครอบครัว - นอกจากร่างกายแล้ว เรื่องจิตใจก็สำคัญ โดยเฉพาะสภาพจิตใจของคนในครอบครัว เช่น ลูกคนแรก โดยคุณแม่ควรเตรียมตัวดังนี้
- พูดคุยกับลูกคนแรก : อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและให้ลูกมีส่วนร่วมในการเตรียมตัว เช่น เลือกของใช้ให้น้อง หรือช่วยคุณแม่ทำกิจกรรมเล็ก ๆ
- จัดตารางเวลา : วางแผนการดูแลลูกคนแรกและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมและไม่รู้สึกว่าถูกละเลย
- เตรียมตัวสำหรับความเหนื่อยล้า : การดูแลลูกคนแรกอาจทำให้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ครั้งที่สอง ควรจัดสรรเวลาให้เพียงพอสำหรับการพักผ่อน
3. เตรียมอุปกรณ์และบ้าน - แน่นอนว่าพื้นที่บ้านและของใช้สำหรับเด็กก็สำคัญ ซึ่งสิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้
- ตรวจสอบอุปกรณ์ที่มีอยู่ : โดยตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ที่ใช้กับลูกคนแรก เช่น เปล รถเข็น หรือที่นอน หากยังใช้งานได้ดี ก็สามารถนำมาใช้กับลูกคนที่สองได้
- จัดเตรียมห้องนอน : หากมีพื้นที่จำกัด ควรวางแผนการใช้พื้นที่ให้เหมาะสม เช่น การใช้เตียงสองชั้น หรือการจัดสรรพื้นที่ในห้องนอน
- เตรียมของใช้สำหรับทารก : เช่น เสื้อผ้า ผ้าอ้อม และของใช้สำหรับทารก ควรเตรียมให้พร้อมก่อนวันคลอด หากมีเสื้อผ้าของลูกคนโตที่ยังสภาพดีก็สามารถนำมาใช้ได้
4. เตรียมตัวสำหรับการคลอด - แม้ว่าจะเคยผ่านการคลอดลูกคนแรกมาแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาจริงย่อมมีความตื่นเต้นหรือความวิตกกังวลเกิดขึ้น ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ศึกษาขั้นตอนการคลอด : การเข้าร่วมคลาสเตรียมคลอดหรืออ่านหนังสือเกี่ยวกับการคลอดสามารถช่วยลดความวิตกกังวล
- เตรียมกระเป๋าโรงพยาบาล : แพ็คกระเป๋าโรงพยาบาลล่วงหน้าเพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาเร่งด่วน
- วางแผนการดูแลลูกคนแรก : ควรมีแผนการดูแลลูกคนแรกในช่วงที่คุณแม่ต้องเข้ารับการคลอด เช่น การฝากกับญาติหรือเพื่อน
5. การดูแลหลังคลอด - หลังคลอดคุณแม่ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
- พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับที่เพียงพอช่วยฟื้นฟูร่างกายและลดความเหนื่อยล้า จึงควรพยายามหาเวลางีบทุกครั้งที่มีโอกาส
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : ควรทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เช่น ผักใบเขียว โปรตีน และไขมันที่ดี เพื่อบำรุงร่างกาย
- ขอความช่วยเหลือจากครอบครัวและเพื่อน : การมีคนช่วยดูแลลูกคนแรกและทำงานบ้านจะช่วยให้คุณแม่มีเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเอง

แค่เตรียมตัวให้พร้อมรอบด้าน ก็ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้อย่างไร้กังวล ยังไงก็ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะคะ