ทำไมลูกไม่ยอมพูด ? บางครั้งอาจมาจากสิ่งแวดล้อมที่คาดไม่ถึง เรียนรู้เทคนิคการ "พากย์เสียงชีวิตประจำวัน" และการเล่นที่ช่วยเปิดโลกการสื่อสารให้ลูกน้อย คุณแม่หลายคนอาจกำลังตั้งคำถามในใจว่า "ทำไมลูกถึงไม่ยอมพูด ?" ทั้งที่พยายามกระตุ้นก็แล้ว หรือแอบเปรียบเทียบกับเด็กข้างบ้านว่าเขาพูดเก่งจัง ความจริงแล้วพัฒนาการเด็กแต่ละคนมีจังหวะชีวิตที่ต่างกันค่ะ แต่หากเริ่มรู้สึกว่า ลูกไม่ยอมพูด หรือมีสัญญาณของพัฒนาการช้า การทำความเข้าใจอย่างละเอียดจะช่วยให้เราช่วยเหลือเขาได้ทันท่วงที โดยทั่วไปแล้ว เด็กจะเริ่มส่งเสียงอ้อแอ้เลียนแบบเสียงคนรอบข้างตั้งแต่ไม่กี่เดือนแรก แต่ถ้าจะนับเป็น "คำที่มีความหมาย" (เช่น หม่ำ ๆ, แม่, พ่อ) ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นในช่วง อายุ 12 เดือน (1 ขวบ) หลังจากนั้นในช่วง 1 ขวบครึ่ง (18 เดือน) น้องควรจะเริ่มมีคำศัพท์สะสมมากขึ้น และพอถึง 2 ขวบ เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มนำคำ 2 คำมาต่อกันได้ เช่น "ไปเที่ยว" หรือ "กินนม" ถ้าจะมองว่าเข้าข่ายพัฒนาการช้า ลองสังเกตเกณฑ์คร่าว ๆ เหล่านี้นะคะ อายุ 18 เดือน : ยังไม่มีคำที่มีความหมายเลยสักคำ หรือไม่พยายามสื่อสารด้วยท่าทาง อายุ 2 ขวบ : พูดคำศัพท์ได้น้อยกว่า 50 คำ หรือยังไม่สามารถพูดคำ 2 คำติดกันได้ หากลูกถึงเกณฑ์นี้แล้วยังนิ่งเงียบ แนะนำว่าอย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ แต่อยากให้ลองปรึกษาคุณหมอพัฒนาการเด็กเพื่อประเมินเบื้องต้น สาเหตุที่ลูกยังไม่ยอมเปล่งเสียงออกมา มีได้หลายปัจจัย ปัญหาสุขภาพทางกาย : เช่น ปัญหาการได้ยิน (หูอักเสบเรื้อรัง) หรือความผิดปกติของโครงสร้างปาก ลิ้น และฟัน สิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดู : บางครั้งคุณแม่รู้ใจลูกเกินไปค่ะ แค่น้องชี้มือเราก็รีบหยิบให้ทันที ทำให้เขาไม่รู้สึกว่า "จำเป็น" ต้องพูดเพื่อสื่อสาร การใช้หน้าจอมากเกินไป : การให้ลูกอยู่กับแท็บเล็ตหรือมือถือเป็นการสื่อสารทางเดียว น้องได้รับข้อมูลแต่ไม่ได้ฝึกโต้ตอบ ภาวะสมาธิสั้นหรือออทิสติก : ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในการสื่อสารกับผู้คน ต้องยอมรับว่า "ภาษา" เป็นกุญแจสำคัญของพัฒนาการค่ะ หากลูกพูดช้า อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องดังนี้ ด้านอารมณ์ : เมื่อสื่อสารไม่ได้ น้องจะขัดใจ หงุดหงิดง่าย และอาจแสดงออกด้วยการร้องไห้รุนแรงหรืออาละวาด ด้านสังคม : ลูกอาจจะไม่กล้าเข้าหาเพื่อน หรือเล่นกับเด็กวัยเดียวกันได้ไม่เต็มที่ ด้านสติปัญญา : ภาษาสัมพันธ์กับการคิดวิเคราะห์ หากพื้นฐานภาษาไม่แข็งแรง อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ในระยะยาวได้ เรามาชวนลูกคุยแบบละมุนละไมกันดีกว่าค่ะ พากย์เสียงชีวิตประจำวัน : ไม่ว่าคุณแม่กำลังทำอะไร ให้เล่าให้ลูกฟังค่ะ เช่น "แม่กำลังหยิบจานสีแดงนะ" "เราจะอาบน้ำกันแล้วนะ" รอจังหวะให้ลูกตอบ : เวลาถาม อย่ารีบตอบแทนลูกค่ะ ให้เวลาเขาสัก 5-10 วินาที เพื่อให้เขาพยายามประมวลผลและเปล่งเสียง อ่านนิทานร่วมกัน : เลือกนิทานที่มีภาพสวยงาม ชี้ชวนดูรูป และถามคำถามง่าย ๆ ลดหน้าจอ เพิ่มการเล่น : เก็บมือถือแล้วลงไปนั่งเล่นของเล่นกับลูกบนพื้น การเล่นบทบาทสมมติช่วยกระตุ้นการพูดได้ดีที่สุดค่ะ อย่าลืมตรวจเช็กเรื่อง "การได้ยิน" นะคะ บางครั้งน้องอาจจะแค่ได้ยินไม่ชัดทำให้เลียนเสียงไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด "อย่ากดดันลูก" หากเราเครียด ลูกจะสัมผัสได้และยิ่งปิดกั้นตัวเอง ให้สร้างบรรยากาศการพูดคุยที่สนุกและอบอุ่นแทนนะคะ การที่ลูกไม่ยอมพูด ไม่ได้แปลว่าคุณแม่ทำหน้าที่ได้ไม่ดีนะคะ เด็กแต่ละคนมีจังหวะการเติบโตที่ต่างกัน แต่การสังเกตและใส่ใจคือสิ่งที่ดีที่สุด หากกังวลใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เรามีแนวทางที่ชัดเจน และช่วยให้น้องเติบโตไปพร้อมกับเสียงหัวเราะและคำพูดที่สดใสได้แน่นอน ลูกยังไม่คลาน ผิดปกติไหม ? เช็กพัฒนาการลูกน้อยตามวัย รวมเพลงกล่อมเด็ก ร้องง่าย ลูกหลับสบาย เสริมพัฒนาการ เทคนิคฝึกลูกหลับยาวกลางคืน ลูกนอนเต็มอิ่ม พ่อแม่ก็พักผ่อนเพียงพอ ขอบคุณข้อมูลจาก : mayoclinic.org, kidshealth.org, healthychildren.org