ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท ทำไงดี ? มาดู 9 สาเหตุพร้อมวิธีรับมือเมื่อเจ้าตัวน้อยไม่แฮปปี้

ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท

          ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท นั่งทีไรร้องไห้ทุกที วันนี้มีวิธีง่าย ๆ มาแนะนำ คุณแม่มือใหม่ลองทำ รับรองครั้งต่อไปลูกแฮปปี้กับการนั่งคาร์ซีทแน่นอน 

          รู้หรือไม่ ว่าประโยชน์ของการให้ลูกนั่งคาร์ซีทคือ ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในเด็กเล็ก และยังลดความกังวลเวลาที่คุณแม่ขับรถเอง ทำให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อยด้วยค่ะ แต่สำหรับคุณแม่ที่กำลังประสบปัญหา ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท นั่งทีไรร้องไห้ไม่หยุดสักที ไม่ต้องกังวลค่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมมีสาเหตุของการร้อง พร้อมทั้งวิธีรับมือเมื่อลูกไม่นั่งคาร์ซีทมาฝาก ไปดูข้อมูลพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
สาเหตุลูกร้องไห้เมื่อนั่งคาร์ซีท พร้อมวิธีรับมือ มีดังนี้

          1. ตรวจสอบดูสิ สายรัดเอวแน่นไปไหม แหม ก็ลูกน้อยของเราช่างโตเร็วนี่คะ แม้จะปรับสายรัดเบาะไปเมื่ออาทิตย์ก่อนก็ตาม แต่ผ่านไปไม่กี่วันขนาดตัวของลูกน้อยอาจมีการขยายเพิ่มขึ้น เมื่อมานั่งคาร์ซีทก็คงจะอึดอัด เลยทำให้งอแงได้นั่นเอง

          วิธีรับมือ ก่อนให้ลูกนั่งคาร์ซีท คุณแม่ควรตรวจสอบสายรัดหรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ว่าสายรัดแน่นไปไหม ควรปรับสายหรือปรับเบาะอย่างไร โดยดูจากคู่มือการใช้คาร์ซีทเทียบกับน้ำหนักของลูกและความสูงของเบาะ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อปรับให้พอดีกับขนาดตัวของลูกน้อย เท่านี้ลูกน้อยก็แฮปปี้กับการนั่งคาร์ซีท ไม่งอแง และปลอดภัยตลอดการเดินทางค่ะ

          2. นั่งในรถนาน ๆ แล้วเบื่อ
ลูกน้อยเป็นวัยที่พัฒนาการต่าง ๆ กำลังเจริญเติบโต การนั่งเฉย ๆ บนรถจึงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับเขา และเป็นสาเหตุทำให้เขาร้องไห้งอแงเมื่อโดนจับมานั่งบนคาร์ซีท

          วิธีรับมือ เปลี่ยนการนั่งรถที่น่าเบื่อ มาเป็นการเล่นสนุก ๆ บนรถ เช่น หาของเล่นนุ่มนิ่ม มีเสียงมาเล่นกับลูก หรือเล่านิทานระหว่างนั่งรถ อาจจะอ่านหนังสือนิทานให้ฟัง หรือชี้ชวนดูวิวระหว่างทางแล้วเล่าเป็นเรื่องราวก็ได้ แค่นี้การนั่งอยู่บนคาร์ซีทก็ทำให้เขาเพลิดเพลิน ไม่ร้องไห้งอแงแล้วค่ะ แต่คุณแม่ต้องไม่ลืมว่าของเล่น ควรเป็นของเล่นนุ่ม ๆ ถือจับได้ง่าย ไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเวลาที่รถเบรกกะทันหันด้วยนะคะ

          3. เสียงรถรอบข้างอาจทำให้หงุดหงิด ทั้งเสียงรถ เสียงแตร ความวุ่นวายบนท้องถนน อาจจะทำให้ลูกตกใจ เลยร้องไห้ไม่หยุด และรู้สึกไม่ชอบนั่งอยู่บนรถได้

          วิธีรับมือ เปิดเพลงให้ฟังขณะนั่งรถ เมื่อพาลูกขึ้นรถ ลองเปิดเพลงที่มีจังหวะสบาย ๆ เช่น เพลงแจ๊ส เพลงคลาสสิก หรือเพลงฟังสบาย ๆ ไม่มีเนื้อเพลง จะช่วยให้ลูกมีอารมณ์ที่สงบ รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ร้องไห้โวยวายขณะนั่งรถ และยังกระตุ้นให้เขานอนหลับได้ง่ายด้วยค่ะ        

ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท

          4. อุณหภูมิในรถร้อนไป เวลาที่ลูกนั่งบนรถแล้วเขาร้องไห้งอแง อาจจะมาจากอุณหภูมิในรถร้อนเกินไปก็ทำให้ลูกร้องได้

          วิธีรับมือ เวลาที่ลูกนั่งรถ คุณแม่ต้องคอยตรวจสอบด้วยว่าภายในรถร้อนไปไหม แอร์เย็นทั่วถึงหรือเปล่า และปรับอุณหภูมิของแอร์รถให้เหมาะสม หรือหาผ้าห่ม ที่บังแสงแดดมาติดกระจกด้านที่ลูกนั่ง เพื่อป้องกันแสงแดดส่องเข้าตาลูก เพียงเท่านี้ลูกก็นั่งคาร์ซีทอย่างสบายใจแล้วค่ะ   

          5. ไม่เห็นคุณแม่ เพราะบางครั้ง คุณแม่อาจจะวางคาร์ซีทไว้เบาะหลัง ทำให้ลูกมองไม่เห็นคุณแม่ คิดว่าตัวเองนั่งคนเดียว รู้สึกกังวลเลยร้องไห้ออกมา

          วิธีรับมือ แขวนกระจกให้ลูกมอง จะทำให้ลูกมองเห็นตัวเองในกระจก เพราะลูกจะชอบดูตัวเอง เขาจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับตัวเอง ช่วยสร้างความเพลิดเพลินได้ดีเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้การแขวนกระจกยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งคุณแม่และลูกด้วย เพราะขณะที่คุณแม่ขับรถอยู่ก็สามารถมองผ่านกระจกและเห็นว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่ข้างหลัง และลูกก็ยังมองกลับมาเห็นหน้าคุณแม่ด้วย ทำให้ลูกรู้สึกมั่นใจ แม้จะนั่งคาร์ซีทอยู่เบาะหลังก็ไม่ร้องไห้งอแงแล้วค่ะ
  

          6. ไม่คุ้นชินกับการนั่งคาร์ซีท สำหรับลูกน้อยที่นั่งคาร์ซีทเมื่อไหร่ เป็นต้องร้องไห้ทุกที อาจเพราะเขาไม่คุ้นเคย มีอะไรมารัดที่ตัว อึดอัด แล้วถ้าคุณแม่ยิ่งดุหรือไม่เข้าใจว่าเขาร้องไห้เพราะอะไร จะยิ่งทำให้ลูกมีความคิดเชิงลบกับการนั่งคาร์ซีท เวลานั่งทีไรก็จะร้องทุกที

          วิธีรับมือ ลองให้ลูกทำความคุ้นเคยกับคาร์ซีท ด้วยการเอาคาร์ซีทไปนั่งในบ้าน ปล่อยให้เขาปีนหรือนั่งเล่นบนคาร์ซีท เมื่อลูกนั่งในรถจะได้รู้สึกคุ้นเคย และไม่ร้องไห้อีกค่ะ  

          7. ลูกป่วยหรือเปล่านะ การที่ลูกนั่งบนรถแล้วร้องไห้ทุกครั้ง แม้จะทำทุกวิถีทางก็ยังไม่หยุดร้อง แถมบางครั้งก็ร้องมากขึ้นเรื่อย ๆ อีก หากเป็นแบบนี้อาจมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพก็เป็นได้ค่ะ ซึ่งปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยคือ หูติดเชื้อ หูชั้นกลางอักเสบ เมื่ออยู่ในรถอากาศเบาบางลง เวลารถวิ่งอาจทำให้หูอื้อ เลยกระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บหูเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุให้ลูกร้องไห้งอแงมากขึ้นนั่นเอง

          วิธีรับมือ ถ้าลูกร้องไห้มากกว่าปกติ คุณแม่ต้องสังเกตด้วยว่าร้องเพราะอะไร ลูกมีอาการเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เพื่อจะได้ไปหาคุณหมอและทำการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ

ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท

          8. เป็นช่วงเวลานอนของลูก บางครั้งที่ลูกร้องอาจเพราะเขาไม่ชอบนั่งรถนาน ๆ หรือนั่งแล้วง่วง และอาจตรงกับเวลานอนของลูกพอดี เลยทำให้ร้องงอแง

          วิธีรับมือ หากคุณแม่ต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน และต้องพาเจ้าตัวเล็กไปด้วย ลองวางแผนการเดินทางและเลือกขับรถออกมาในช่วงเวลาที่ไม่ตรงกับเวลานอนของลูก หรือถ้าตรงกับช่วงเวลานอนจริง ๆ ควรเตรียมของใช้สำหรับนอนให้พร้อม เช่น หมอน ผ้าห่ม นม ตุ๊กตาตัวโปรด เพราะเขาจะได้นอนหลับในรถอย่างสบาย ไม่ร้องงอแงค่ะ

          9. หนูหิวแล้ว บางทีการนั่งอยู่ในรถนาน เจอรถติดบ้าง ใช้ชีวิตอยู่ในรถนานจนเลยเวลาอาหารของลูก ทำให้ลูกหิวก็เลยเริ่มงอแงขึ้นมาค่ะ

          วิธีรับมือ ก่อนเดินทาง ไม่ว่าจะไปไกลหรือใกล้ คุณแม่ต้องเตรียมเสบียงไว้ให้พร้อม เพราะเมื่อลูกหิวขึ้นมาจะได้มีอาหารพร้อมกินได้เลย คราวนี้จะเดินทางไปไหนก็สบายใจ ลูกอิ่มท้องก็ไม่ร้องงอแงแล้วค่ะ

          อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้คุณแม่ต้องอดทนเมื่อ ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท และลองใช้วิธีรับมือเมื่อลูกไม่นั่งคาร์ซีทไปก่อนนะคะ แต่เมื่อผ่านช่วงวัยขวบปีแรกไปแล้ว ลูกก็จะเริ่มชินและปรับตัวกับการนั่งคาร์ซีทได้เอง คราวนี้ไปไหนมาไหนก็ไม่ร้องไห้งอแงแล้วค่ะ แถมยังจะรู้สึกแฮปปี้มากกว่า เมื่อรู้ว่าจะได้ออกไปเที่ยวนอกบ้านอีกแล้วค่ะ 

ข้อมูลจาก : bellybelly.com.au, laughingkidslearn.com


ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท ทำไงดี ? มาดู 9 สาเหตุพร้อมวิธีรับมือเมื่อเจ้าตัวน้อยไม่แฮปปี้ โพสต์เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 16:23:20 5,767 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ลูกไม่ยอมนั่งคาร์ซีท ทำไงดี ? มาดู 9 สาเหตุพร้อมวิธีรับมือเมื่อเจ้าตัวน้อยไม่แฮปปี้ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP