นิทานเจ้าชายกบ นิทานก่อนนอนสอนใจ เรื่องคำพูดและความรับผิดชอบ

          นิทานเจ้าชายกบ (The Frog Prince) นิทานก่อนนอนคลาสสิกที่คุณพ่อคุณแม่เล่าให้ลูกฟังได้ เพื่อปลูกฝังเรื่องการรักษาสัญญาและการไม่ตัดสินคนจากภายนอก
          เด็ก ๆ หลายคนมักรับปากง่าย ๆ ว่า "เดี๋ยวหนูทำ" หรือ "หนูสัญญา" แต่พอถึงเวลาจริงกลับลืม หรือไม่อยากทำซะอย่างนั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวัยที่ยังเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบอยู่นะ การสอนลูกว่า "พูดแล้วต้องทำ" ผ่านนิทานจึงเป็นวิธีที่ได้ผลดี เพราะเด็กจะเข้าใจผ่านเรื่องราวและตัวละครได้ง่ายกว่าการบอกตรง ๆ อย่างเช่นนิทานเรื่อง "เจ้าชายกบ" (The Frog Prince) ของพี่น้องตระกูลกริมม์ ที่เหมาะสำหรับเล่าก่อนนอน หรือชวนลูกอ่านด้วยกันในเวลาว่าง แล้วลองชวนคุยต่อหลังอ่านจบ รับรองว่าได้ทั้งความผูกพันและข้อคิดดี ๆ ไปพร้อมกัน

นิทานเรื่อง เจ้าชายกบ

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งที่รู้สึกเบื่อจนไม่รู้จะทำอะไรดี วันนั้นพระนางจึงหยิบลูกบอลทองคำลูกโปรดเดินเข้าป่าไปเล่น เมื่อมาถึงกลางป่า เจ้าหญิงก็นั่งลงริมบ่อน้ำ โยนลูกบอลขึ้นฟ้าแล้วรับไว้ซ้ำไปซ้ำมาอย่างสนุกสนาน 

          แต่แล้วครั้งหนึ่งเจ้าหญิงโยนแรงเกินไป ลูกบอลลอยสูงจนรับไม่ทัน มันตกกระทบพื้นแล้วกลิ้งลงไปในบ่อน้ำ เจ้าหญิงรีบวิ่งตามไป แต่ลูกบอลจมหายลงไปเร็วมาก แถมน้ำก็ลึกเกินกว่าจะเอื้อมถึง

          เจ้าหญิงร้องไห้โฮออกมาทันที "โธ่เอ๋ย ลูกบอลทองของฉัน ! ถ้าใครเอาคืนมาให้ได้ ฉันยอมยกทุกอย่างให้เลย ทั้งเสื้อผ้า เพชรพลอย ไข่มุก หรือแม้แต่มงกุฎทองคำของฉันก็ได้ !"

นิทานเจ้าชายกบ

          ทันใดนั้น ก็มีกบตัวหนึ่งโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำ แล้วถามว่า "เจ้าหญิง ร้องไห้ทำไมหรือ"

          เจ้าหญิงมองกบด้วยสายตารังเกียจ "เจ้ากบน่าเกลียด เจ้าจะช่วยอะไรฉันได้ ลูกบอลทองของฉันตกลงไปในบ่อของเจ้าน่ะสิ"

          กบจึงตอบว่า "ข้าไม่ต้องการเสื้อผ้า เพชรพลอย หรือมงกุฎของท่านหรอก แต่ถ้าท่านยอมให้ข้าเป็นเพื่อนเล่น ได้นั่งร่วมโต๊ะ กินอาหารจากจานทองคำ ดื่มน้ำจากถ้วยของท่าน และได้นอนพักในห้องของท่าน ข้าจะดำลงไปเก็บลูกบอลมาให้"

นิทานเจ้าชายกบ

          เจ้าหญิงแอบคิดในใจว่า "กบโง่ ๆ พูดอะไรเพ้อเจ้อ กบก็ต้องอยู่ในน้ำสิ จะขึ้นมาเป็นเพื่อนเล่นคนได้ยังไง แต่ก็ดีเหมือนกัน เผื่อมันเก็บลูกบอลมาให้ได้" พระนางจึงรับปากไปง่าย ๆ ว่า "ตกลง เอาลูกบอลมาให้ฉันก่อน แล้วฉันจะทำตามที่เจ้าขอทุกอย่าง"

          สิ้นเสียงเจ้าหญิง กบก็ดำน้ำลงไป ไม่นานก็คาบลูกบอลทองคำขึ้นมาให้ เจ้าหญิงดีใจสุด ๆ คว้าลูกบอลแล้วรีบวิ่งกลับวังทันที

          "เดี๋ยวก่อนเจ้าหญิง ! พาข้าไปด้วยสิ" กบตะโกนตามหลัง แต่เจ้าหญิงไม่หันกลับมาเลยสักนิด และลืมเรื่องกบไปจนหมดสิ้น

กบมาทวงสัญญาถึงในวัง

          เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เจ้าหญิงกำลังเสวยอาหารเช้าอยู่กับพระราชาจากจานทองคำ ก็มีเสียงอะไรบางอย่างกระโดดขึ้นบันไดมา แล้วเคาะประตูดังก๊อก ๆ

          "ลูกรัก ไปเปิดประตูให้หน่อยสิ" พระราชาตรัส

          เจ้าหญิงเดินไปเปิดประตู แต่พอเห็นว่าเป็นเจ้ากบตัวเมื่อวาน ก็รีบปิดประตูดังปัง แล้ววิ่งกลับมานั่งตัวสั่นงันงก

          "เป็นอะไรไปลูก มียักษ์มาจับตัวลูกหรืออย่างไร" พระราชาถาม

          "ไม่ใช่ยักษ์เพคะ แต่เป็นกบน่าเกลียดตัวหนึ่ง เมื่อวานมันช่วยเก็บลูกบอลทองที่ตกน้ำให้ลูก ลูกเลยต้องสัญญาว่าจะให้มันเป็นเพื่อนเล่น ลูกไม่คิดเลยว่ามันจะขึ้นมาจากน้ำได้ แต่ตอนนี้มันมาอยู่หน้าประตูแล้ว"

          ระหว่างนั้น กบก็เคาะประตูอีกครั้งพร้อมร้องเรียก "เจ้าหญิง เปิดประตูเถิด ท่านจำสัญญาที่ให้ไว้ริมบ่อน้ำไม่ได้หรือ"

          พระราชาจึงตรัสอย่างหนักแน่นว่า "เมื่อลูกให้สัญญาไว้แล้ว ลูกก็ต้องรักษาคำพูด ไปเปิดประตูให้เขาเดี๋ยวนี้"

          เจ้าหญิงจำใจเปิดประตู กบกระโดดตามเข้ามาติด ๆ พอเจ้าหญิงนั่งลงบนเก้าอี้ กบก็ขอนั่งด้วย เจ้าหญิงไม่อยากให้นั่งเลย แต่พระราชาสั่งให้ทำตาม

          เมื่อนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันแล้ว กบก็พูดต่อว่า "ขยับจานทองคำเข้ามาใกล้ ๆ หน่อย เราจะได้กินด้วยกัน" เจ้าหญิงทำตามอย่างไม่เต็มใจ ส่วนกบก็กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

          พอกินอิ่ม กบก็บอกว่า "ข้าอิ่มแล้วและง่วงนอนเหลือเกิน พาข้าขึ้นไปพักที่ห้องของท่านทีเถิด"

          คราวนี้เจ้าหญิงโวยวายลั่น พระนางกลัวกบตัวนี้มาก แค่จะแตะตัวยังไม่กล้า นี่ยังจะให้พาไปไว้ในห้องอีก แต่พระราชาก็ตรัสย้ำอีกครั้งว่า "ลูกสัญญากับเขาไว้แล้ว ต้องทำตามที่พูด"

นิทานเจ้าชายกบ

ความลับของเจ้ากบ

          เจ้าหญิงโกรธจัด ใช้สองนิ้วหยิบกบขึ้นมาอย่างขยะแขยง แล้วพาขึ้นไปบนห้อง พอถึงห้องก็เหวี่ยงกบไปกระแทกกำแพงพร้อมตะโกนว่า "นอนพักไปซะ เจ้ากบน่าเกลียด !"

          แต่สิ่งที่ร่วงลงมาบนพื้นไม่ใช่กบอีกต่อไปแล้ว หากกลายเป็นเจ้าชายรูปงามผู้มีดวงตาอ่อนโยน เจ้าชายเล่าว่าพระองค์ถูกแม่มดใจร้ายสาปให้กลายเป็นกบ และต้องอาศัยอยู่ในบ่อน้ำมาแสนนาน เจ้าหญิงตกตะลึง ก่อนจะรู้สึกผูกพันกับเจ้าชายตั้งแต่แรกเห็น นับจากนั้นทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนเล่นกันจริง ๆ อย่างที่เคยสัญญาไว้

          เช้าวันต่อมา มีรถม้าแสนสวยมาจอดที่หน้าวัง ลากด้วยม้าขาวถึง 8 ตัว ประดับด้วยขนนกและสร้อยทองคำ คนที่นั่งอยู่ด้านหลังคือ "ไฮน์ริช" ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเจ้าชาย

          ในวันที่เจ้าชายถูกสาปเป็นกบ ไฮน์ริชเสียใจมากจนต้องให้ช่างตีห่วงเหล็กถึง 3 วงรัดหัวใจไว้ ไม่ให้มันแตกสลายเพราะความเศร้า รถม้าคันนี้มาเพื่อรับเจ้าชายกลับสู่อาณาจักร ไฮน์ริชเชิญทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงขึ้นรถด้วยความปลื้มปีติ

          ระหว่างทาง เจ้าชายได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังเปรี๊ยะ จึงร้องถามว่า "ไฮน์ริช ข้าได้ยินเสียงอะไรแตก รถม้าพังหรือเปล่า"

          ไฮน์ริชตอบด้วยรอยยิ้มว่า "ไม่ใช่รถม้าหรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่เป็นห่วงเหล็กที่รัดหัวใจของกระหม่อมไว้ตั้งแต่วันที่พระองค์ถูกสาป ตอนนี้กระหม่อมดีใจเหลือเกินที่พระองค์พ้นคำสาปแล้ว ห่วงเหล็กจึงแตกออก และหัวใจของกระหม่อมก็กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง"

          ระหว่างทางกลับอาณาจักร เสียงเปรี๊ยะดังขึ้นอีกสองครั้ง จนห่วงเหล็กทั้งสามวงแตกออกหมด เพราะหัวใจของไฮน์ริชเต็มไปด้วยความสุขจนล้นปรี่

นิทานเจ้าชายกบ

  • นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อให้สัญญากับใครไว้แล้ว ต้องรักษาคำพูด ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครหรือมีรูปลักษณ์แบบไหน และอย่าตัดสินผู้อื่นจากภายนอก เพราะสิ่งดีงามอาจซ่อนอยู่ในที่ที่เราคาดไม่ถึง
          นิทานเจ้าชายกบ เป็นมากกว่าเรื่องรักใสในเทพนิยาย เพราะซ่อนข้อคิดดี ๆ ไว้หลายชั้น หลังอ่านจบ ลองชวนลูกคุยต่อก็ได้ว่า "ถ้าหนูเป็นเจ้าหญิง หนูจะทำยังไงกับเจ้ากบ" เท่านี้ก็ได้ทั้งความสนุก และได้ปลูกฝังเรื่องความรับผิดชอบไปพร้อม ๆ กันแล้ว

บทความนิทานอื่น ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : ririro.com, storyberries.com
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
นิทานเจ้าชายกบ นิทานก่อนนอนสอนใจ เรื่องคำพูดและความรับผิดชอบ โพสต์เมื่อ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 19:06:32
TOP
x close