ที่ตรวจครรภ์ คืออะไร ทำงานอย่างไร
ที่ตรวจครรภ์แบบไหนดี มีกี่แบบ
1. ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Strip Test)
เป็นชุดตรวจลักษณะเป็นแถบ (Strip) โดยต้องเก็บปัสสาวะใส่ภาชนะที่สะอาด จากนั้นนำแถบตรวจจุ่มลงในปัสสาวะตามระดับที่กำหนด แล้วรอตามเวลาที่ระบุในคู่มือก่อนอ่านผล
- ข้อดี : ราคาค่อนข้างประหยัด หาซื้อได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการตรวจการตั้งครรภ์หลายครั้ง หรืออยากประหยัดค่าใช้จ่าย
- ข้อควรระวัง : มีขั้นตอนการใช้งานมากกว่าแบบอื่น ต้องเก็บปัสสาวะในภาชนะก่อนนำแถบตรวจไปจุ่ม โดยควรจุ่มไม่เกินขีดที่กำหนด และอ่านผลตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตระบุ เพื่อช่วยให้ผลตรวจมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
2. ที่ตรวจครรภ์แบบหยด (Cassette Test)
เป็นชุดตรวจที่มีลักษณะเป็นตลับ พร้อมหลอดหยดสำหรับดูดปัสสาวะ โดยต้องเก็บปัสสาวะในภาชนะที่สะอาดก่อน จากนั้นใช้หลอดหยดดูดปัสสาวะแล้วหยดลงบนตลับตรวจ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับชุดตรวจ ATK แล้วรอตามเวลาที่ระบุจึงอ่านผล
- ข้อดี : ใช้งานไม่ซับซ้อน ลดโอกาสจุ่มแถบตรวจผิดระดับเหมือนที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม และสามารถอ่านผลจากช่องแสดงผลบนตลับตรวจได้อย่างชัดเจน
- ข้อควรระวัง : ควรหยดปัสสาวะตามจำนวนหยดที่ผู้ผลิตกำหนด หากหยดมากหรือน้อยเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของชุดตรวจและทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้
3. ที่ตรวจครรภ์แบบปากกา (Midstream Test)
เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยม เพราะไม่จำเป็นต้องเก็บปัสสาวะใส่ภาชนะก่อน เพียงแค่ปัสสาวะผ่านก็ทดสอบได้เลย อย่างไรก็ตาม บางรุ่นสามารถใช้วิธีจุ่มลงในภาชนะที่เก็บปัสสาวะได้ด้วย ดังนั้น ควรศึกษาคู่มือการใช้งานของแต่ละผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งาน
- ข้อดี : ใช้งานสะดวก ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้หลอดหยดหรือภาชนะเก็บปัสสาวะ พกพาง่าย และเหมาะกับคนที่ใช้งานครั้งแรก
- ข้อควรระวัง : ควรรับปัสสาวะตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด และวางชุดตรวจบนพื้นราบก่อนอ่านผล รวมถึงอ่านผลภายในช่วงเวลาที่ระบุในคู่มือ
วิธีเลือกซื้อที่ตรวจครรภ์ ต้องดูอะไรบ้าง
เลือกรูปแบบที่สะดวกต่อการใช้งาน
- เน้นใช้งานง่าย : เลือกแบบปัสสาวะไหลผ่าน (Midstream) เพราะไม่ต้องเตรียมภาชนะรองรับปัสสาวะ เพียงปัสสาวะผ่านบริเวณที่กำหนดก็สามารถตรวจได้ และสะดวกต่อการทิ้งหลังใช้งาน แต่โดยทั่วไปมักมีราคาสูงกว่าแบบจุ่มและแบบหยด
- เน้นประหยัด : หากต้องการตรวจหลายครั้งหรืออยากควบคุมค่าใช้จ่าย อาจเลือกแบบจุ่ม (Strip Test) หรือแบบหยด (Cassette Test) ซึ่งมีราคาประหยัดกว่า และมีหลายรุ่นให้เลือก
- เน้นอ่านผลง่าย : หากกังวลเรื่องการอ่านขีดจางหรือการแปลผล แนะนำเลือกแบบดิจิทัล (Digital Test) ที่แสดงผลเป็นข้อความ เช่น ตั้งครรภ์ (Pregnant) หรือไม่ตั้งครรภ์ (Not Pregnant) ทำให้เข้าใจผลได้ง่ายขึ้น
- ต้องการทราบอายุครรภ์ : เลือกรุ่นที่สามารถตรวจการตั้งครรภ์พร้อมแสดงอายุครรภ์ได้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทราบทั้งผลการตั้งครรภ์และจำนวนสัปดาห์ของอายุครรภ์ในการตรวจครั้งเดียว
พิจารณาค่าความไวในการตรวจ (Sensitivity)
ค่าความไวของชุดตรวจแสดงถึงระดับฮอร์โมน hCG ต่ำสุดที่ชุดตรวจสามารถตรวจพบได้ โดยทั่วไปมีค่าตั้งแต่ประมาณ 10-100 mIU/mL โดยค่าที่ต่ำกว่ามักสามารถตรวจพบฮอร์โมนได้ในระดับที่น้อยกว่า และอาจตรวจพบการตั้งครรภ์ได้เร็วกว่า อย่างไรก็ตาม ผลตรวจยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ช่วงเวลาที่ตรวจ ระดับฮอร์โมนของแต่ละบุคคล และวิธีการใช้งาน ดังนั้น ควรเลือกใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
เลือกชุดตรวจที่ใช้เวลาอ่านผลเหมาะสม
ควรเลือกที่ตรวจครรภ์ที่ระบุระยะเวลาอ่านผลชัดเจน โดยทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 1-5 นาที และผู้ใช้ควรอ่านผลภายในเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันการแปลผลคลาดเคลื่อน
พิจารณาความสามารถในการตรวจล่วงหน้า
ที่ตรวจครรภ์บางรุ่นสามารถตรวจได้ก่อนวันที่คาดว่าประจำเดือนจะมา โดยอาจระบุว่าสามารถตรวจล่วงหน้าได้ประมาณ 2-7 วัน ทั้งนี้ ควรอ่านรายละเอียดบนฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต เนื่องจากความแม่นยำอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลาที่ตรวจ
เปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่า
หากต้องการตรวจหลายครั้ง อาจเลือกแบบจุ่มหรือแบบหยดที่มีราคาประหยัดกว่า หรือเลือกซื้อแบบแพ็กหลายชิ้นเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย ส่วนคนที่ต้องการความสะดวกและตรวจเพียงครั้งเดียว อาจเลือกแบบปากกาหรือแบบดิจิทัลตามงบประมาณที่เหมาะสม
ตรวจสอบเลขจดแจ้งและข้อมูลผลิตภัณฑ์
ที่ตรวจครรภ์เป็นเครื่องมือแพทย์ จึงควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากและข้อมูลชัดเจน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า วิธีใช้ คำเตือน และวันหมดอายุ สำหรับสินค้าที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ต้องขึ้นทะเบียนหรือได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของ อย.
ส่วนสินค้านำเข้าควรเลือกจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และมีข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าอย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน
ตรวจสอบวันหมดอายุก่อนซื้อ
ควรตรวจสอบวันหมดอายุทุกครั้งก่อนใช้งาน เพราะชุดตรวจที่หมดอายุหรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของชุดตรวจและทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้
เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
ควรซื้อจากร้านขายยา ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ควรเลือกจากร้านทางการหรือร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. ที่ตรวจครรภ์ GLOWY HCG Pregnancy Test (Cassette)
ภาพจาก : GLOWY Star Official Store
2. ที่ตรวจครรภ์แบบหยด MAG Test
ภาพจาก : Magdcineth
3. ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม SHERRY TEST STRIP
ภาพจาก : Magdcineth
4. ที่ตรวจครรภ์ ALLWELL รุ่น SureNow-hCG
ภาพจาก : Allwell Official Shop
- แบบจุ่ม 1 กล่อง บรรจุ 5 ชิ้น ราคาปกติ 67 บาท หรือ 10 ชิ้น ราคาปกติ 99 บาท
- ชนิดปัสสาวะไหลผ่าน บรรจุ 1 ชิ้น ราคาปกติ 59 บาท
5. ที่ตรวจครรภ์แบบปากกา PENTA Test
ภาพจาก : Simple Health
6. ที่ตรวจครรภ์ ชนิดปากกา Longmed Pregnancy Test Midstream
ภาพจาก : santeshop
7. ที่ตรวจครรภ์ NanoMed Nano Pregnancy & Gestation Age Indicator
ภาพจาก : SAVE DRUG OFFICIAL STORE
8. ที่ตรวจครรภ์ Clearblue Early Digital Pregnancy Test
ภาพจาก : clearblue.com
ที่ตรวจครรภ์ ควรใช้เมื่อไรดี
1. ประจำเดือนขาดหรือมาช้ากว่าปกติ
สำหรับคนที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ หากประจำเดือนขาดหรือมาช้ากว่าปกติ อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกของการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ประจำเดือนที่มาไม่ตรงเวลาอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ดังนั้น หากประจำเดือนขาดร่วมกับมีความเสี่ยงตั้งครรภ์ ก็ควรลองใช้ที่ตรวจครรภ์เพื่อคัดกรองเบื้องต้น
2. ปวดท้องน้อยคล้ายปวดประจำเดือน
บางคนอาจมีอาการปวดท้องน้อยหรือรู้สึกหน่วงบริเวณท้องน้อยคล้ายกับอาการก่อนมีประจำเดือน ทั้งที่ประจำเดือนยังไม่มา ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในอาการเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ได้ แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นเช่นกัน
3. คัดตึงหรือเจ็บหน้าอก
อาการคัดตึง เจ็บหน้าอก หรือรู้สึกว่าหน้าอกขยายมากขึ้น อาจเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนมีประจำเดือนและในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ เนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง
4. มีอาการที่อาจบ่งบอกถึงการตั้งครรภ์
อาการบางอย่าง เช่น คลื่นไส้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือปัสสาวะบ่อย อาจเป็นอาการเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ได้ หากเกิดร่วมกับประจำเดือนขาดหรือมีความเสี่ยงตั้งครรภ์ ก็ควรลองใช้ที่ตรวจครรภ์
5. มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันหรือการคุมกำเนิดผิดพลาด
หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้วิธีคุมกำเนิด หรือเกิดความผิดพลาดในการคุมกำเนิด เช่น ลืมรับประทานยาคุมกำเนิด ถุงยางอนามัยฉีกขาดหรือหลุด รวมถึงกังวลว่าวิธีคุมกำเนิดที่ใช้มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ ก็ควรใช้ที่ตรวจครรภ์เมื่อถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยคัดกรองการตั้งครรภ์เบื้องต้น
ที่ตรวจครรภ์ ตรวจตอนไหนได้บ้าง
มาดูกันว่า เวลาที่เหมาะสมในการตรวจครรภ์คือช่วงไหนบ้าง
- ตรวจในวันที่คาดว่าประจำเดือนจะมา หรือหลังประจำเดือนขาด 1 วันขึ้นไป เพราะระดับฮอร์โมน hCG มักสูงพอให้ชุดตรวจตรวจพบได้ และให้ผลแม่นยำมากกว่า
- ถ้าต้องการตรวจเร็ว ชุดตรวจบางรุ่นอาจเริ่มตรวจพบได้ประมาณ 7-10 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ (หากตรงกับช่วงตกไข่) แต่ผลอาจคลาดเคลื่อนได้ จึงควรตรวจซ้ำเมื่อประจำเดือนขาด ในกรณีผลครั้งแรกเป็นลบ
- หากตรวจแล้วผลเป็นลบ แต่ประจำเดือนยังไม่มา หรือยังมีอาการที่สงสัยว่าตั้งครรภ์ เช่น คลื่นไส้ คัดตึงเต้านม เหนื่อยง่าย หรือปัสสาวะบ่อย ควรเว้นระยะประมาณ 2-3 วัน แล้วตรวจซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากระดับฮอร์โมน hCG จะเพิ่มขึ้นในช่วงแรกของการตั้งครรภ์
วิธีอ่านผลที่ตรวจครรภ์
1 ขีด หรือ 2 ขีด แบบไหนท้อง
- ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีด : แสดงว่าตรวจพบฮอร์โมน hCG ซึ่งอาจบ่งชี้ว่ากำลังตั้งครรภ์
- ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 1 ขีด (ขีดควบคุม) โดยไม่ปรากฏขีดทดสอบ : หมายถึงยังไม่ตรวจพบฮอร์โมน hCG หรือระดับฮอร์โมนอาจยังต่ำเกินกว่าจะตรวจพบ
- ที่ตรวจครรภ์ไม่ขึ้นขีดควบคุม หรือแสดงผลผิดปกติ : ถือว่าผลตรวจใช้ไม่ได้ ควรตรวจใหม่ด้วยชุดตรวจชุดใหม่
- ที่ตรวจครรภ์ขึ้นขีดจาง ๆ : ควรอ่านผลตามคู่มือของผลิตภัณฑ์ และอาจตรวจซ้ำในอีก 2-3 วัน เนื่องจากระดับฮอร์โมน hCG อาจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ข้อควรระวังในการใช้ที่ตรวจครรภ์
- หลีกเลี่ยงการตรวจเร็วเกินไป เพราะในระยะแรกของการตั้งครรภ์ ร่างกายอาจยังมีระดับฮอร์โมน hCG ไม่สูงพอ ทำให้ชุดตรวจไม่สามารถตรวจพบและอาจแสดงผลลบได้
- ตรวจสอบวันหมดอายุและสภาพบรรจุภัณฑ์ก่อนใช้งาน หากซองฉีกขาด กล่องชำรุด หรือชุดตรวจมีความเสียหาย ไม่ควรนำมาใช้งาน
- ที่ตรวจครรภ์แต่ละยี่ห้ออาจมีขั้นตอนการตรวจแตกต่างกัน ควรอ่านคู่มือการใช้งานให้ละเอียดก่อนใช้ทุกครั้ง
- ใช้ชุดตรวจทันทีหลังเปิดซอง เนื่องจากการสัมผัสความชื้นในอากาศเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ชุดตรวจเสื่อมสภาพและทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้
- ใช้งานตามวิธีที่ระบุในคู่มือของแต่ละผลิตภัณฑ์ เช่น การเก็บปัสสาวะ การจุ่มแถบตรวจ หรือระยะเวลาในการรับปัสสาวะ เพื่อให้ชุดตรวจทำงานได้อย่างถูกต้อง
- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากก่อนตรวจ เพราะอาจทำให้ปัสสาวะเจือจางและส่งผลต่อระดับฮอร์โมน hCG ที่ตรวจพบได้
- อ่านผลภายในระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือ ไม่ควรอ่านผลเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป เนื่องจากอาจทำให้แปลผลผิดพลาดได้
- วางชุดตรวจบนพื้นราบขณะรออ่านผล เพื่อช่วยให้การแสดงผลเป็นไปตามขั้นตอน
- ชุดตรวจบางชนิดอาจต้องวางไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนใช้งาน โดยเฉพาะกรณีที่เก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิต่ำ เช่น ใส่ตู้เย็น ทั้งนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก
- เก็บรักษาชุดตรวจในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ควรเก็บไว้ในบริเวณที่มีแสงแดด ความร้อน หรือความชื้น
- ห้ามนำชุดตรวจที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำ เนื่องจากอาจทำให้ผลตรวจไม่ถูกต้อง
- หลังใช้งานควรทิ้งชุดตรวจอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่เปื้อนปัสสาวะ และปฏิบัติตามคำแนะนำในการกำจัดของเสียของผลิตภัณฑ์
- หากผลตรวจไม่สอดคล้องกับอาการที่เกิดขึ้น หรือยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลตรวจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันอีกครั้ง
ตรวจครรภ์แล้วเจอ 2 ขีดจาง ๆ มันหมายความว่ายังไงกันแน่ ? ท้องหรือไม่ท้อง ? ความสับสนนี้จะหมดไป ! ค้นพบสาเหตุที่แท้จริงของผลตรวจสองขีดจาง ๆ และสิ่งที่ควรทำต่อไปในบทความฉบับเต็มของเรา อ่านเลยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทุกความเป็นไปได้ !
บทความที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์
- ตรวจครรภ์แล้วเจอ 2 ขีดจาง ๆ เพราะอะไร ท้องหรือไม่ท้อง ? คำถามนี้มีคำตอบ !
- อาการคนท้อง 1 สัปดาห์ กับ 14 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังจะเป็นคุณแม่
- หลังกินยาคุมฉุกเฉินจะรู้ได้ไงว่าไม่ท้อง กี่วันประจำเดือนจะมา หรือตรวจครรภ์ได้วันไหน
- ยาเลื่อนประจําเดือน กินแล้วมีเพศสัมพันธ์จะท้องไหม แล้วเมนส์จะมาตอนไหน
- ท้องทิพย์ คืออะไร ? รู้จักโรคคิดไปเองว่าท้อง หรือ Pseudocyesis ที่เกิดขึ้นได้จริง
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Magdcineth (1), (2), GLOWY Star Official Store, Simple Health, Allwell Official Shop, santeshop, SAVE DRUG OFFICIAL STORE, clearblue.com






