x close

ตั้งชื่อเล่นลูกให้ถูกโฉลก

ตั้งชื่อเล่นลูก


ตั้งชื่อเล่นลูกให้ถูกโฉลก
(thainickname.com)

ตำรามหาทักษาคืออะไร?

           ตำรามหาทักษานี้ เดิมทีเป็นของพราหมณ์ คือพระฤาษีในศาสนาพราหมณ์ผู้ได้ฌาณสมาบัติ(ชั้นสูง) ท่านตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นไว้ตามหลักวิชาของท่าน อันสามัญชนคนธรรมดาคาดคิดไม่ถึง เป็นอจินไตย คือ คิดไม่ถึงว่าท่านเอาอะไรมาวางหลักเกณฑ์อันนี้ขึ้นไว้

           คำว่า มหาทักษานี้ แปลว่าอะไร ตามรูปศัพท์ก็น่าจะแปลว่า "ขวา" เพราะนับวนขวา แต่ที่จริงมีความหมายกว้างกว่านั้น อาจแปลว่า ชำนาญก็ได้ อาจแปลว่า สาระหรือแก่นของโลกก็ได้ คำว่า ทักษา มาจากอักษร "ท" ผสมกับ "อักษะ" ท คำนี้แปลว่า ตั้งอยู่ ดำรงอยู่ ทรงตัวอยู่ อักษะ แปลว่า แกน แก่นสาร รวมกันก็คือ "แก่นสารของโลก" ตำรานี้ถือว่าเป็นแก่นสารของโลกทีเดียว เพราะว่ารวมเอาสรรพสิ่งมาประมวลไว้ในทักษานี้หมดแล้ว จึงเรียกว่า "มหาทักษา" เพราะว่าไม่ว่าอะไรในโลกธาตุนี้ สิ่งนั้นจะมีชื่อมีนามว่าอะไรก็ตาม ก็เอามาใส่ไว้ใน "นามธาตุ" นี้หมดสิ้นแล้ว

ตั้งชื่อเล่นลูก

แบ่งโลกพิภพเป็น 8 ภาค

           พระฤาษีผู้ได้ฌาณสมาบัติชั้นสูงนั้นมีญาณพิเศษ ล่วงสามัญชน เห็นนรก เห็นสวรรค์ มีฤทธิ์เดช ล่องหนหายตัวได้ เดินน้ำได้ ถอดจิตได้ ถอดจิตไปปรากฏในที่ห่างไกลได้ เพราะเหตุนี้พระฤาษีในศาสนาพราหมณ ์จึงมองเห็นโลกพิภพนี้ด้วยญาณพิเศษ ว่าอยู่ท่ามกลางดาว นพเคราะห์9 ดวง ดาวทั้ง9ดวง นี้มีอิทธิพลต่อโลกพิภพนี้ มีอิทธิพลต่อโลกมนุษย์สัตว์บนพื้นพิภพนี้ ตัวอย่างเช่น ดวงจันทร์ มีอิทธิพลทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง พระอาทิตย์มีอิทธิพลต่อชีวิต ถ้าไม่มีดวงอาทิตย์ สรรพชีวิตจะไม่เกิดขึ้นมา ดวงอาทิตย์ทำให้เกิดฤดูกาลร้อนหนาว ดังนี้เป็นต้นพระฤาษีล่วงรู้อย่างน ี้มาก่อนพุทธกาลแล้วหลายพันปี พระฤาษีจึงแบ่งโลกพิภพนี้ออกเป็น 8 ภาค หรือแบ่งจักรวาลนี้ออกเป็น 8 ส่วน ดังนี้

ตั้งชื่อเล่นลูกใ

แบ่งอิทธิพลของดาวนพเคราะห์

           พระฤาษีผู้ได้ญาณพิเศษล่วงสามัญชนนี้ ท่านไม่ต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์อะไรทั้งสิ้น แต่ท่านใช้ “ญาณพิเศษ” ของท่าน ตรวจดูดวงดาวในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ แล้วก็แลเห็นด้วยทิพยเนตรของท่าน ว่ามีดวงดาวสำคัญอยู่ ๙ ดวง คือ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ราหู และดาวเกตุ เมื่อท่านแลเห็นดวงดาวทั้ง ๙ ดวงนี้แล้ว ท่านก็ใช้ญาณพิเศษของท่าน ตรวจดูอีกว่าดวงดาวเหล่านี้ มีอิทธิพลต่อโลกและชีวิตอย่างไร ครั้นแล้วท่านก็จัดให้ดวงดาวทั้ง9 ดวงนี้มาสถิตอยู่บนพื้นพิภพดังต่อไปนี้

ตั้งชื่อเล่นลูกใ

แบ่งสรรพสัตว์บนพื้นพิภพ

           พระฤาษีท่านทราบอย่างถ่องแท้แล้วว่า ดวงดาวทั้ง 9 ดวง นี้มีอิทธิพลต่อโลก และเมื่อโลกนี้มีสรรพสัตว์อาศัยอยู่ สรรพสัตว์ที่อาศัยโลกก็เหมือนปลาอาศัยน้ำอยู่ น้ำย่อมมีอิทธิพลเหนือปลา น้ำจะเย็นร้อนอย่างไร ย่อมมีอิทธิพลต่อชีวิตปลา สรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่บนพิภพนี้ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของโลกนี้ และโลกนี้ก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงดาว เพราะฉะนั้น ดวงดาวจึงมีอิทธิพลเหนือชีวิตสรรพสัตว์อยู่ตลอดเวลา ทุกนาที ใครจะหลีกหนีอย่างไรก็ไม่พ้นเลย เพราะฉะนั้น พระฤาษีท่านจึงแบ่งให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย บนพื้นพิภพนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงดาวนั้น ๆ การแบ่งนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เพราะสรรพสัตว์ในโลกนี้มีอยู่นับล้าน แต่พระฤาษีท่านแบ่งได้ตามหลักที่จิตวิญญาณท่านแลเห็น คือ ท่านแบ่งออกตามดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อพิภพนี้นั่นเอง ท่านทราบดีว่า สรรพสัตว์ที่เกิดมานั้นต้องมีชื่อสมมุติเรียกแทนชื่อสัตว์นั้น ท่านจึงจับเอาชื่อมาใส่ไว้แทน แต่ชื่อนั้นก็มีนับไม่ถ้วน จะเอามาใส่ไว้อย่างไร ท่านก็เล็งญาณทราบโดยแจ่มแจ้งว่า ให้คิดอักษรเขียนชื่อสัตว์ขึ้นแทนคำพูดที่ใช้พูดกันอยู่ อักษรนั้น ใช้แทนคำพูดสารพัดของมนุษย์ ท่านจึงเอาอักษรนั้นมาใส่ไว้ในช่องอิทธิพลของดวงดาวทั้ง 8 ดวง เว้นไว้ดวงหนึ่งที่เป็นกลาง ไม่มีอิทธิพลต่อสัตว์โลกโดยตรง คือดาวพระเกตุ ท่านจึงเอาอักษรทั้งหมดมาใส่ในช่องอิทธิพลของดวงดาวนี้

ตั้งชื่อเล่นลูกใ

แบ่งนามออกเป็น 8 พวก

           เมื่อท่านแบ่งเอาอักขระและพยัญชนะทุกตัวอักษร ลงในช่องของพิภพทั้ง 8 ช่องเช่นนี้แล้ว ก็หมายความว่า ท่านสามารถจับเอาสรรพสิ่งในโลกนี้ทั้งสิ้น ตั้งแต่สัตว์ใหญ่ที่สุด เช่น ช้างและไดโนเสาร์ จนถึงริ้นไร และตัวเชื้อโรคที่มองไม่เห็นตัวเลย ได้หมดสิ้นแล้ว เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้จะต้องมีชื่อเรียก น่าประหลาดใจไหมเล่า ที่พระฤาษีสามารถจับเอาสรรพสิ่งในโลกธาตุนี้ มาใส่ไว้ในกระดานชนวนแผ่นน้อยได้หมดสิ้น

การพิจารณาการตั้งชื่อ

           การตั้งชื่อนั้นให้พิจารณาว่า อักษรใดอยู่ช่องใด ก็เท่ากับตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงดาวนั้นโดยตรงเต็มที่ ท่านแบ่งดาวออกเป็น 8 ช่อง เรียกชื่อตามคุณภาพของดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อดวงดาวอื่น ใครเกิดวันไหนก็กลายเป็นบริวารของดาวดวงนั้น เรียกว่าดาวนพเคราะห์ประจำวันเกิด มีดาวดวงนั้นเป็นดาวประจำชีพ และเมื่อเรามีดาวดวงใดเป็นดาวประจำชีพแล้ว หากดาวประจำชีพเรามีดาวอื่นที่ส่งผลกระทบให้ดาวของเรา ต้องมัวหมอง อับแสงหรือมืดมนลง เรียกว่าเป็นดาวกาลกิณีของดาวประจำชีพเรา เราจึงต้องหลีกเลี่ยงอักษรที่เป็นบริวารของดาวกาลกิณีของเรา ไม่ให้มีปรากฏอยู่ในชื่อ หรือเกี่ยวพันกับชีวิตของเรานั่นเอง





ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ไทยนิคเนมดอทคอม 


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ตั้งชื่อเล่นลูกให้ถูกโฉลก โพสต์เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 15:31:15 41,133 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP