เมื่อผู้หญิงอ้วนตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์

เมื่อผู้หญิงอ้วนตั้งครรภ์
(modernmom)
โดย: รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์

           ใช่ว่าความอ้วนจะก่อให้เกิดโรคภัยไข้ เจ็บต่าง ๆ ได้ง่ายเท่านั้น เมื่อคนอ้วนตั้งครรภ์สารพัดปัญหาก็พร้อมที่จะมารุมเร้าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ อ้วนได้หลายประการทีเดียว ความอ้วนก่อปัญหาอะไรให้คุณแม่ท้องบ้าง ลองมาติดตามดูกัน

CASE 1

           คุณตุ้ยนุ้ยอายุ 25 ปี ตั้งครรภ์แรก คุณตุ้ยนุ้ยเป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เป็นเด็ก น้ำหนักตอนที่เริ่มตั้งครรภ์ 80 กิโลกรัม คุณตุ้ยนุ้ยไปฝากครรภ์เมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือน และไปตรวจตามที่คุณหมอนัดอย่างสม่ำเสมออีกประมาณ 10 ครั้ง ตลอดเวลาที่ฝากครรภ์คุณหมอก็ไม่ได้ทักว่าคุณตุ้ยนุ้ยมีอาการผิดปกติอะไร นอกจากรู้สึกว่าน้ำหนักจะขึ้นมากไปหน่อย และทำให้คุณตุ้ยนุ้ยควบคุมอาหารบ้าง แต่คุณตุ้ยนุ้ยก็ทำตามคำแนะนำของคุณหมอได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะหิวบ่อย

           เมื่อตั้งครรภ์ได้ 39 สัปดาห์คุณตุ้ยนุ้ยเริ่มเจ็บท้องคลอดจึงมาโรงพยาบาล คุณหมอที่ดูแลตรวจพบว่าน้ำหนักของคุณตุ้ยนุ้ยเมื่อแรกรับที่ห้องคลอด 110 กิโลกรัม และตรวจพบว่าปากมดลูกเปิด 4 เซนติเมตรแล้วแสดงว่าการเจ็บครรภ์คลอดของคุณตุ้ยนุ้ยดำเนินไปมากแล้ว คุณหมอได้เจาะถุงน้ำและเฝ้าระวังการคลอดต่อไป พบว่าการเจ็บท้องคลอดของคุณตุ้ยนุ้ยก็ดำเนินไปอย่างปกติ แต่เมื่อถึงตอนเบ่งคลอดพบว่าคุณตุ้ยนุ้ยต้องเบ่งคลอดนานถึง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ จึงสามารถคลอดออกมาได้ ขณะช่วยคลอดคุณหมอพบว่าทำคลอดไหล่ของเด็กค่อนข้างยากต้องทั้งดึงและดันกัน อยู่เป็นเวลานานแต่ในที่สุดก็คลอดออกมาได้

           ประมาณ 6 ชั่วโมงหลังคลอดพบว่าเด็กขยับแขนขวาไม่ได้ และจากการเอกซเรย์ตรวจพบว่ากระดูกไหปลาร้าข้างขวาของเด็กหักต้องส่งให้กุมาร แพทย์ดูแลต่อ ส่วนคุณแม่หลังคลอดไม่มีปัญหาอะไร

CASE 2

           คุณปุ้มปุ้ย แต่งงานตั้งแต่อายุ 28 ปี แต่เพิ่งจะตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเมื่ออายุได้ 35 ปี ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยคุมกำเนิดใดๆ เคยไปตรวจกับคุณหมอเรื่องมีบุตรยากก็ไม่พบอะไรผิดปกติ นอกจากอ้วนเกินไปสักหน่อย คุณปุ้มปุ้ยมาฝากครรภ์ครั้งแรกขณะอายุครรภ์ 10 สัปดาห์ น้ำหนักตอนเริ่มฝากครรภ์ 75 กิโลกรัม หลังจากนั้นได้มาฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

           ขณะอายุครรภ์ได้ 26 สัปดาห์คุณหมอได้ให้คุณปุ้มปุ้ยกินน้ำตาลและเจาะเลือดตรวจเพื่อทดสอบว่าเป็น เบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือไม่เพราะค่อนข้างอ้วน ผลการทดสอบพบว่าเป็นเบาหวาน คุณหมอที่ดูแลได้ให้การรักษาโดยแนะนำให้คุณปุ้มปุ้ยควบคุมการรับประทานอาหาร ตามที่กำหนด คุณปุ้มปุ้ยก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง

           ขณะอายุครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ คุณหมอตรวจพบว่าคุณปุ้มปุ้ยมีความดันโลหิตสูง 160/100 มิลลิเมตรปรอท ตรวจปัสสาวะพบไข่ขาวในปัสสาวะ แต่น้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ คุณหมอได้รับคุณปุ้มปุ้ยไว้ในโรงพยาบาลเพื่อควบคุมความดันโลหิตและระดับ น้ำตาลในเลือด

           3 วันหลังรับไว้ในโรงพยาบาล คุณปุ้มปุ้ยก็เจ็บครรภ์คลอดเอง ขณะที่เจ็บครรภ์ถี่และมาก พบว่าความโลหิตขึ้นสูงถึง 220/130 มิลลิเมตร คุณปุ้มปุ้ยแจ้งว่ารู้สึกปวดหัวและตาค่อนข้างมัว คุณหมอที่ดูแล ให้การวินิจฉัยว่าคุณปุ้มปุ้ยมีภาวะครรภ์เป็นพิษที่เริ่มรุนแรงแทรกซ้อนขึ้น มาแล้ว จึงฉีดยากันชักให้ (เพราะโรคนี้ทำให้ผู้ป่วยชักถึงตายได้) ตามด้วยการให้ยาลดความดันโลหิต ภายหลังได้รับยาอาการของคุณปุ้มปุ้ยดีขึ้นแต่ลูกก็ยังไม่ยอมคลอด คุณหมอได้ตรวจภายในและประเมินขนาดลูกในท้องใหม่คิดว่าค่อนข้างโต ประกอบกับน้ำหนักของคุณปุ้มปุ้ยก่อนคลอดชั่งได้ถึง 110 กิโลกรัม คุณหมอเลยตัดสินใจผ่าตัดคลอดซึ่งผลการผ่าตัดได้ลูกชายน้ำหนัก 3,750 กรัม ต้องใช้เวลาในการผ่าตัดเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะหน้าท้องคุณปุ้มปุ้ยหนามาก หลังผ่าตัดความดันโลหิตของคุณปุ้มปุ้ยกลับลงมาปกติดีโดยไม่ต้องใช้ยาคุม

           วันที่ 4 หลังผ่าตัดคุณปุ้มปุ้ยมีไข้ขึ้นสูง บ่นเจ็บแผลหน้าท้อง คุณหมอตรวจแผลพบว่าแผลผ่าตัดมีการติดเชื้อต้องเปิดแผลและทำแผลรักษาต่ออีก 3 สัปดาห์จึงปิดแผลได้

           สำหรับลูกของคุณปุ้มปุ้ยพบว่าภายหลังคลอดไม่นานก็มีอาการชัก แพทย์ตรวจดูแล้ววินิจฉัยว่าชักจากการขาดน้ำตาลอย่างเฉียบพลันได้ให้การรักษา จนปกติใน 1 สัปดาห์ต่อมา

CASE 3

           คุณอวบอิ่ม อายุ 21 ปีร่างกายแข็งแรงดีไม่มีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัว ตั้งครรภ์แรกมาพบแพทย์ภายหลังขาดประจำเดือนไปประมาณ 2 เดือน จากการตรวจพบว่าคุณอวบอิ่มมีน้ำหนัก 78 กิโลกรัม และตรวจปัสสาวะพบว่าตั้งครรภ์จริงจึงได้ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวกับคุณอวบ อิ่มและนัดมาฝากครรภ์ในครั้งต่อไป

           2 สัปดาห์ต่อมาคุณอวบอิ่มมีอาการปวดท้องน้อยและมีเลือดออกทางช่องคลอด คุณหมอได้ตรวจภายในและตรวจด้วยอัลตราซาวนด์พบว่าการตั้งครรภ์ของคุณอวบอิ่ม มีความผิดปกติ คือมีแต่ถุงน้ำแต่ไม่มีตัวเด็กอยู่ภายใน ให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไข่ฝ่อ หรือการตั้งครรภ์ที่ไม่มีตัวเด็ก จึงให้การรักษาโดยการขูดมดลูก ภายหลังการขูดมดลูกคุณอวบอิ่มสามารถกลับบ้านได้ภายหลังรับไว้ในโรงพยาบาล 2 วัน

น้ำหนักเกินก่อปัญหา

           ปัจจุบันจำนวนคนอ้วนเพิ่มขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือยังไม่พัฒนาก็ตาม ในประเทศไทยของเราก็เช่นเดียวกันที่มีคนอ้วนถึงอ้วนมากให้เห็นเป็นประจำทุกวัน สมัยก่อนเวลาพูดถึงคนอ้วนเราก็มักจะมีความคิดไปในทำนองที่ว่าเป็นคนที่มี สุขภาพดี อาหารการกินดีถึงทำให้อ้วนถ้วนสมบูรณ์ ลูกใครคลอดออกมาแล้วตัวใหญ่หรือเลี้ยงแล้วแลดูจ้ำหม้ำก็จะรู้สึกว่าน่ารักไป หมด

           ปัจจุบันนี้เราทราบกัน แล้วว่าความเชื่อนี้ผิดครับ ความอ้วนเป็นโรคหรือเป็นตัวที่จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาหลายอย่างครับ ที่ทราบ ๆ กันอยู่ ก็เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคไต โรคข้อ และอีกสารพัดโรค

           สำหรับสาเหตุว่าทำไมคนอ้วนจึงพบได้มากขึ้น ก็คงตอบได้ไม่ยากว่าเป็นเพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้คนเรากินอาหารที่ ไม่ได้สัดส่วน มีแต่แป้ง น้ำตาลและไขมันมากกว่าอาหารประเภทอื่น นอกจากนี้ยังไม่ค่อยได้ออกกำลัง บางคนการงานก็เครียดอีกต่างหาก สารพัดสารพันเหล่านี้แหละครับที่ทำให้คนอ้วน

เมื่อคนอ้วนตั้งครรภ์

           เมื่อคนอ้วนมีมากขึ้น ผู้หญิงที่อ้วนจึงมีมากขึ้นด้วย และถ้าผู้หญิงเหล่านี้เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาล่ะจะเป็นอย่างไร คำตอบมีแล้วครับว่า มีปัญหายุ่งยากไม่น้อยเลย สมัยก่อนวงการแพทย์ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของคนอ้วน เท่าไร เพราะเจอไม่ค่อยมาก แต่ปัจจุบันนี้ไม่ว่าที่ไหนในโลกปัญหาการตั้งครรภ์ในคนอ้วนได้รับความสนใจ กันทั้งนั้น เพราะเจอบ่อย (แสดงว่าคนอ้วนก็มีคนรักเยอะนะจะบอกให้) บางโรงพยาบาลในยุโรปถึงกับตั้งหน่วยงานที่ดูแลคนอ้วนโดยเฉพาะก็มี ผลของความอ้วนที่มีต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีมากมายหลายประการ ผมจะแยกกล่าวเป็นช่วง ๆ ไปเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ

เมื่อตั้งครรภ์ใหม่ ๆ

           คุณแม่ที่อ้วนเสี่ยงต่อการแท้งบุตรหรือลูกในท้องมีความพิการมากกว่าคุณแม่ที่ ไม่อ้วน ความพิการที่ว่าก็เช่น ความผิดปกติของระบบไขสันหลัง ความพิการของหัวใจ ผนังหน้าท้องไม่ปิดหรือปากแหว่งเพดานโหว่ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้วงการแพทย์ก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่เชื่อกันว่าปริมาณของสารอาหารที่ใช้ในการพัฒนาการของลูกในท้องมีสัดส่วน ที่ไม่พอเหมาะ มีน้ำตาลและไขมันมากเกินไปทำให้พัฒนาการของลูกผิดปกติ ถ้ารุนแรงมากก็แท้งเลยเช่นรายของคุณอวบอิ่มที่ท้องแล้วไม่เห็นตัวเด็ก ถ้าไม่แท้งลูกก็อาจพิการได้

ระยะหลังของการตั้งครรภ์

           คุณแม่ท่านใดที่ฝ่าด่านแรกมาได้ก็อาจประสบปัญหาในช่วงหลังของการตั้งครรภ์ได้ อีก ที่พบได้บ่อยมากก็คือ เป็นโรคเบาหวานจากการตั้งครรภ์ และอีกโรคหนึ่งคือความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ โรคทั้ง 2 นี้เวลาไม่ตั้งครรภ์อาจจะไม่เป็น แต่พอตั้งครรภ์มันก็จะมาเยี่ยมเยือนทันที ทำไมมันถึงชอบเป็นในคนอ้วนนักก็ไม่รู้แต่เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับปริมาณ ไขมันในร่างกาย โรคที่ว่าทั้ง 2 ก่อปัญหาให้คุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ไม่น้อย

           กรณีโรคเบาหวานถ้าเป็นตอนท้องแล้วไม่ได้รับการดูแลและควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี คุณแม่อาจช็อกได้ ส่วนโรคความดันโลหิตสูงถ้าควบคุมไม่ดี ก็อาจทำให้คุณแม่ชักหรือตับวายถึงตายได้

           สำหรับลูกในท้อง ถ้าแม่เป็นเบาหวานแล้วควบคุมน้ำตาลไม่ดี อาจจะตายในครรภ์เลยก็ได้ บางคนไม่ตายก็เลี้ยงไม่ค่อยโต หรือโตมากกว่าปกติเพราะควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก น้ำตาลที่มีมากสามารถผ่านรกไปให้ลูกได้ ทำให้ลูกรับน้ำตาลเข้าไปเต็มที่เลยอ้วนเอ้าอ้วนเอา ตัวก็เลยใหญ่ แต่อย่าดีใจนะครับ เพราะใหญ่แบบนี้จะใหญ่แบบฉุ ๆ ไม่แข็งแรง กรณีของคุณปุ้มปุ้ยก็มีปัญหาหลายอย่างดังที่กล่าวถึงนั่นแหละครับ

ขณะคลอด

           ส่วนมากคุณแม่ที่อ้วน ลูกมักจะตัวโตซึ่งอาจจะเป็นผลจากความอ้วนเอง หรือผลจากโรคเบาหวานที่แทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ผลก็คือเวลาเจ็บครรภ์คลอดก็อาจจะเจ็บอย่างทรมานและยาวนาน ถ้าคลอดทางช่องคลอดอาจเป็นอันตรายได้ทั้งแม่และลูก เนื่องจากลูกมักตัวใหญ่จึงมักคลอดยากบางทีหัวคลอดออกมาแล้วไหล่ไม่ยอมออก เมื่อพยายามดึงออกมาอาจทำให้กระดูกไหปลาร้าหักได้เหมือนกรณีลูกของคุณตุ้ย นุ้ย ส่วนคุณแม่เองถ้าลูกคลอดทางช่องคลอด ช่องคลอดก็มักจะฉีกขาดมากชนิดที่คุณหมอใช้เวลานั่งเย็บแผลได้ครึ่งวันเลยละ ครับ

           ทีนี้ถ้าตัดสินใจเอาคุณ แม่ที่อ้วนไปผ่าคลอดเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาที่ว่าข้างต้น ลองนึกภาพดูนะครับว่า หน้าท้องของคนอ้วนมันจะหนาแค่ไหน บางคนแค่กรีดมีดที่หน้าท้องไขมันก็เผละออกมาให้เห็นแล้ว กว่าจะฝ่าด่านไขมันเข้าไปถึงช่องท้อง คุณหมอบางคนก็เหงื่อหยดแล้ว เพราะมันลึกจริง ๆ นอกจากจะลึกแล้ว เวลาจะทำคลอดเด็กก็ต้องดึงรั้งแผลค่อนข้างมากทำให้ชอกช้ำได้ง่าย หลังผ่าคลอดไปแล้วต้องเย็บปิดแผลอีก แผลที่ทั้งใหญ่และหนาย่อมเย็บยากและใช้เวลานาน ผลก็คือทำให้มีโอกาสที่แผลผ่าตัดจะติดเชื้อได้ง่ายกว่าคุณแม่ที่ผอมกว่า

หลังคลอด- ติดเชื้อ-ตกเลือดง่าย

           ลูกในท้องของคุณแม่ที่อ้วนมักตัวใหญ่ ผลดังกล่าวทำให้มดลูกของคุณแม่ถูกยืดขยายมาก ดังนั้นภายหลังคลอดมดลูกซึ่งควรจะหดรัดตัวได้ดี ก็จะหดรัดตัวได้ไม่ดีเหมือนกับยางยืดที่ถูกยืดมากเกินไปเลยหดตัวไม่ดี ผลก็จะทำให้ตกเลือดหลังคลอดได้ คุณแม่บางรายอาจต้องตัดมดลูกทิ้งเพราะเลือดออกไม่หยุดจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดี ก็มี

           มดลูกที่หดรัดตัวไม่ดี ยังทำให้มีเลือดคั่งค้างในมดลูกมากซึ่งเลือดที่คั่งค้างนี้เป็นอาหารอันโอชะ ของเชื้อแบคทีเรีย และทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ถ้าให้ยารักษาไม่ดี เชื้อโรคอาจ กระจายเข้าหลอดเลือดไปทั่วร่างกายทำอันตรายถึงตายได้นะครับ

สุขภาพลูกหลังคลอด

           ลูกที่เกิดจากคุณแม่ที่อ้วน นอกจะต้องฝ่าฟันอันตรายตอนคลอด เช่น กระดูกหัก หรืออันตรายต่อส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว ถ้าลูกในท้องตัวใหญ่ ก็มักที่จะชินต่อการรับอาหารทางสายสะดือโดยเฉพาะอาหารพวกน้ำตาลมากกว่าปกติ ภายหลังคลอดและตัดสายสะดือ ปริมาณน้ำตาลที่ได้รับจะถูกตัดขาดทันที ลูกบางคนทนไม่ได้ เกิดอาการชักจากการขาดน้ำตาลได้

           ปัญหาที่พบได้บ่อยอีกประการหนึ่งในเด็กตัวใหญ่ ก็คือ ตัวเหลือง ถ้าเหลืองไม่มากก็แล้วไป บางคนตัวเหลืองมากจนต้องถ่ายเลือดก็มี มิฉะนั้นอาจเสียชีวิตได้

           เห็นไหมครับว่าการตั้งครรภ์ของคนอ้วนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย เพราะมีสารพัดปัญหาที่รออยู่ ดังนั้นก่อนที่คิดจะตั้งครรภ์ผมอยากแนะนำให้คุณแม่ทุกท่านที่อ้วนเตรียมตัว ให้ดีเสียก่อนจะดีกว่าไหมครับ สิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือ พยายามลดความอ้วนให้ดีเสียก่อน โดยควบคุมอาหารให้ดี ออกกำลังกายให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการกินยาลดความอ้วน

           ขณะตั้งครรภ์ ก็ต้องควบคุมอาหารการกินให้เหมาะสมด้วย และที่สำคัญอย่าลืมไปพบคุณหมอที่ดูแลอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ เพราะถ้ามีภาวะแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้น คุณหมอจะได้ให้การดูแลรักษาอย่างทันท่วงที

เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เมื่อผู้หญิงอ้วนตั้งครรภ์ อัปเดตล่าสุด 26 มีนาคม 2553 เวลา 16:15:32 4,718 อ่าน
TOP
x close