25 เคล็ดลับ สร้างลูกฉลาดได้ตั้งแต่ในครรภ์

          การดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์และการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ลูกน้อยอยู่ในครรภ์นับเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ มาก ๆ ค่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีเกร็ดความรู้ดี ๆ จากนิตยสาร MODERNMOM มาฝากว่าที่คุณแม่กันค่ะ มาสร้างลูกน้อยให้มีพัฒนาการที่ดี ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ก่อนออกมาเผชิญโลกกว้างได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรงกันดีกว่าค่ะ ^^


การดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์

          การมีลูกน้อยเป็นเด็กเฉลียวฉลาด คือสุดยอดปรารถนาของคุณพ่อคุณแม่ และไม่ใช่เหตุผลด้านพันธุกรรมแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะสมองที่พร้อมสำหรับการเรียนรู้ การเจริญเติบโตทางความคิดตามวัย และสติปัญญาที่ก้าวหน้านั้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ หากปราศจากการดูแลที่เหมาะสม โดยเฉพาะการให้ความสำคัญการกระตุ้นพัฒนาการตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงคลอด การศึกษาถึงเคล็ดลับที่ต้องใช้ระหว่างตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อเตรียมความฉลาดให้กับลูก และ 25 วิธีต่อไปนี้ คือ เทคนิคที่จะช่วยให้ลูกน้อยคลอดออกมาเป็น Smart Baby ได้โดยไม่ยากค่ะ

1. นวดเบา ๆ ลูกผ่อนคลาย


          คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับการนวด เพียงแต่ต้องนวดกับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การนวดร่างกายเบา ๆ ครั้งละ 30 นาที-1 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการใช้โลชั่นกลิ่นจาง ๆ ที่คุณแม่โปรดปราน จะช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้แจ่มใสขึ้นได้มาก ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง สบายใจ มีผลต่ออารมณ์ของลูกในท้องด้วย เด็กที่อารมณ์ดีตลอดการตั้งครรภ์มักจะคลอดออกมาพร้อมสมองที่สมบูรณ์ และนำไปสู่การเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน

2. จิ้มท้อง เซลล์สมองพัฒนาไว

          ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 คุณแม่ส่วนใหญ่จะรู้สึกได้ถึงการดิ้นของลูก อย่าปล่อยให้เวลานั้นสูญเปล่า มากระตุ้นพัฒนาการลูก ทุกครั้งที่ลูกดิ้น ลองใช้มือตบหน้าท้องเบา ๆ เป็นจังหวะ หรือเมื่อลูกโก่งตัวเคลื่อนไปมา ลองใช้นิ้วจิ้มไปยังจุดที่เคลื่อนไหว ลูกจะมีปฏิกิริยาตอบรับ และเคลื่อนที่หรือดิ้นไปยังทิศทางหนึ่ง นั่นหมายถึงลูกกำลังใช้สติปัญญาตอบสนองจากสิ่งเร้าที่คุณแม่สร้างให้ ช่วยให้ลูกมีการพัฒนาเซลล์ประสาทที่ดี และฉลาดมากขึ้นนั่นเอง

การดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์

3. คุยกับลูกกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์


          แม่ตั้งครรภ์ที่นั่งคุยคนเดียว อาจดูน่าขัน แต่ที่จริงนี่เป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ลูกฉลาดตั้งแต่ยังเป็นตัวน้อยในครรภ์ เสียงพูดของแม่จะส่งผ่านเข้าไปยังโสดประสาทของทารกน้อย เพื่อปูพื้นฐานการได้ยิน รับรู้ แยกแยะเสียง ทำให้ทารกในครรภ์มีทักษะด้านภาษาและสื่อสารตั้งแต่ยังไม่ได้คลอด เพราะเสียงแม่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำแบบนี้ได้บ่อย ๆ ทุก ๆ วัน ระหว่างตั้งครรภ์ เป็นการสร้างความฉลาดให้ลูกได้ไม่ยากเลย

4. สัมผัสผิวท้อง ลูกจะตอบสนองเก่ง

          โดยธรรมชาติหญิงตั้งครรภ์มักลูบหน้าท้องเสมอ ๆ แต่ลองให้สัมผัสนั้นมีประสิทธิภาพขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการถูให้แรงขึ้น ลูบเป็นวงกลมจากล่างขึ้นบน หรือจากบนลงล่างก็ได้ เพื่อกระตุ้นการสัมผัสให้ลูกน้อยรับรู้การสื่อสารผ่านผิวหนังและมดลูกของแม่ ทำได้ตั้งแต่หลังสัปดาห์ที่ 8 เป็นต้นไป เพราะลูกเริ่มไวต่อสัมผัสและเคลื่อนไหวได้แล้ว บางครั้งลูกอาจตอบสนองด้วยการผลัก ยื่นมือ ไขว่คว้าไปมา ซึ่งคุณแม่ทำได้ทุกวัน จะยิ่งได้ผลที่ดี

5. เต้นรำตามเสียงดนตรี

          การเต้นรำประกอบเพลงนั้นเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง แต่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายกว่า เสียงดนตรีทำให้แม่และลูกมีความสุขไปพร้อมกัน วิธีการเต้นที่ดีที่สุดคือการใช้มืออุ้มโดยรับท้องเอาไว้ เปิดเพลงในจังหวะร่าเริง แต่ไม่เร็วเกินไป จากนั้นโยกย้ายส่ายตัวไปตามจังหวะเพลง เคลื่อนที่ไปรอบห้อง จะเต้นคนเดียวหรือเต้นร่วมกับคุณพ่อ และเพื่อน ๆ ก็ได้ ลูกในท้องได้ทั้งสนุกสนาน ผ่อนคลาย รับรู้ความสุของแม่ ได้ความสนุก และกระตุ้นพัฒนาการสมองของลูกให้ตื่นตัว รู้จักเสียงเพลงรับรู้ถึงความสุขของแม่ด้วย

6. ฟังเพลงคลาสสิก 10 นาที ลูกจะมี IQ สูง

          หูของทารกในครรภ์จะมีความสมบูรณ์ในสัปดาห์ที่ 20 และเริ่มต้นรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ในสัปดาห์ที่ 24 ได้ยินเสียงในสัปดาห์ที่ 30 สามารถแยกแยะเสียงได้ในสัปดาห์ที่ 34 หากเปิดดนตรีให้ลูกน้อยฟังระหว่างตั้งครรภ์ วันละครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที ทำสม่ำเสมอ โดยใช้หูฟังอันใหญ่เปิดเสียงดังพอประมาณ เลือกดนตรีคลาสสิกที่มีท่วงทำนองฟังสบาย อย่างเพลงของโมสาร์ทที่ขึ้นชื่อว่าช่วยกระตุ้นการได้ยิน เพิ่มไอคิว เสริมสร้างพัฒนาการทำให้สมองดีและเฉลียวฉลาดได้อย่างไม่ผิดหวังเลยทีเดียว

การดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์

7. เปิดไฟฉายส่องท้องกระตุ้นสมองลูก

          คุณแม่ลองหาเวลาในช่วงค่ำหลังมื้อเย็น ใช้ไฟฉายส่องไปยังท้อง เปิดไฟกะพริบ ๆ เพื่อให้แสงลอดผ่านหน้าท้อง และผ่านน้ำคร่ำไปยังลูกน้อยสักวันละ 5-10 ครั้ง ครั้งละ 1-2 นาที ช่วงเวลานี้ ลูกในท้องจะได้เรียนรู้พื้นฐานของความมืด-ความสว่างว่าแตกต่างกันอย่างไร แม้ประสาทสัมผัสจะยังทำงานไม่เต็มที่ แต่ก็เป็นการกระตุ้นสมองให้ลูกเฉลียวฉลาดได้ในอนาคตอันใกล้

 8. อ่านหนังสือ คือสุดยอดของการส่งผ่านพลัง

          ระหว่างตั้งครรภ์อ่านหนังสือหรือแมกกาซีนเล่มโปรดออกเสียงดูค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาแบบไหน ลองหาเวลาวันละสักครึ่งชั่วโมงอ่านด้วยท่วงทำนองเสียงดังฟังชัด มีจังหวะจะโคน มีน้ำเสียงน่าฟัง แต่ถ้าให้ดีอาจเป็นหนังสือเด็กหรือนิทาน ก็จะยอดเยี่ยมไปอีก เพราะการอ่านทำให้แม่ได้ผ่อนคลาย กระตุ้นความจำ มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งพลังเสียงจะส่งผ่านไปยังลูกได้ด้วยเช่นกัน

9. คุณแม่นั่งชิงช้า เสริมพัฒนาการอย่างไม่น่าเชื่อ

          ชิงช้า เป็นเครื่องเล่นอย่างหนึ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรมีติดบ้านไว้ หรือหาโอกาสไปนั่งเล่นในสวนสาธารณะได้ การนั่งชิงช้าจะช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหว โยกตัวไปในท่าที่จะทำให้ลูกในท้องได้รับการสัมผัสกับผนังมดลูกมากขึ้น เพียง 15-20 นาทีต่อวัน ทำให้ลูกได้รับการกระตุ้นสมอง ตื่นตัว และรับรู้ถึงการอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแม่ โสดประสาทจะเปิดรับการสัมผัสและนำไปสู่การแตกแขนงของเซลล์ประสาทอย่างน่าทึ่ง

10. คุณแม่ปั่นจักรยาน เสริมพัฒนาการสร้างเซลล์สมองไว

          หากคุณแม่เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับรกเกาะต่ำหรืออื่น ๆ ที่ห้ามออกกำลังกาย สามารถเลือกการปั่นจักรยานเบา ๆ ทั้งปั่นรอบ ๆ บ้าน หรือปั่นอยู่กับที่ สักวันละ 15-20 นาที เป็นผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์ เพราะการเคลื่อนไหวบริเวณขาต่อเนื่องมายังสะโพก ส่งผลให้สร้างการกระตุ้นเซลล์สมองได้ จากการรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายที่แปลกออกไป ทำให้ทารกสัมผัสถึงประสบการณ์ใหม่ ๆ เป็นการเตรียมความพร้อมเพิ่มการปรับตัวไว้ล่วงหน้า

11. คุณแม่กระชับร่างกาย ลูกได้รับผลดีเต็ม ๆ

          เคล็ดลับของการตั้งครรภ์ที่ราบรื่น คือ การออกกำลังกายที่พอเหมาะของแม่ตั้งครรภ์ ลองสำรวจความพร้อมของตัวเอง หรือปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางที่เหมาะสมของแต่ละคน และเลือกออกกำลังกายเบา ๆ ให้เป็นกิจวัตรประจำวันอย่างน้อยวันละ 20-30 นาที ช่วยให้หัวใจของแม่ทำงานได้ดี เลือดไหลเวียนได้ดี ร่างกายมีความยืดหยุ่น กล้ามเนื้อกระชับ ที่สำคัญคือเพิ่มการพัฒนาสมองแก่ลูกในท้องที่ได้เคลื่อนไหวไปกับแม่ รับรู้เสียงหัวใจเต้น สดชื่นจากร่างกายอันกระฉับกระเฉงของแม่

การดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์

12. อย่าขาดไอโอดีน กินเหมาะสมจะเสริม IQ

          ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุสำคัญที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่ส่วนมากควรมีการเพิ่มไอคิวให้เด็ก อย่างน้อย 17.25 จุด หากปล่อยให้ลูกขาด ไอโอดีนอาจทำให้ไอคิวต่ำ เด็กจึงไม่ฉลาดเท่าที่ควร หมั่นกินอาหารเพื่อลูกที่ประกอบด้วยปลาทะเล, ชีส, โยเกิร์ต, นม และไข่ เป็นประจำทุก ๆ วัน ระหว่างตั้งครรภ์ทั้ง 9 เดือน เป็นการสร้างความพร้อมจากอาหารที่เสริมสร้างสมองของลูกให้เติบโตสมบูรณ์ เพื่อการเรียนรู้หลังคลอดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

13. เสริมโอเมก้า 3 เพิ่มความฉลาดตั้งแต่ในครรภ์

          โอเมก้า 3 ที่รู้จักกันดีคือกรดไขมันที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง ช่วยให้มีความจำดี และพัฒนาเยื่อม่านตาของทารกในครรภ์ พบได้ในปลาแซลมอน ปลาเทร้าต์ ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแม็กเคอเรล และเมล็ดถั่ว เช่น วอลนัท บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ เต้าหู้ ผักขม กุ้ง หอยแครง ถั่วเหลือง แค่ปรุงให้สะอาด กินเป็นประจำ แค่นี้ก็มีส่วนช่วยให้ลูกฉลาดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

14. ไข่วันละฟอง บำรุงสมองตั้งแต่อยู่ในท้อง

          หญิงตั้งครรภ์ควรกินไข่ทุกวัน เพราะเป็นแหล่งโปรตีนที่ยอดเยี่ยมมาก ในไข่ 1 ฟอง มีโปรตีน 6 กรัม มีวิตามินต่าง ๆ ทั้งวิตามินบี วิตามินบี 12 วิตามินซี ดี อี และเค มีกรดอะมิโนถึง 9 ชนิด รวมถึงโอเมก้า 3 ด้วย ที่สำคัญคือมีโคลีน (Choline) มาก ถึง 20% ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยบำรุงสมองทารกน้อยในท้องให้สร้างเยื่อหุ้มสมองได้ดี ส่งผลให้สมองและระบบประสาทแข็งแรง

15. ผักผลไม้สีสันสดใสกระตุ้นสมองลูกให้ยิ่งพัฒนา

          เคล็ดลับง่าย ๆ ในการเลือกกินผักผลไม้ที่เหมาะกับเวลาตั้งครรภ์ คือเลือกผักและผลไม้ที่มีสีสดใส เพราะเต็มไปด้วยแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ เช่น มะละกอสุกสีส้ม กล้วยสีเหลือง แตงโมสีแดง ลูกพรุนสีแดงเข้ม ส้ม และแอปเปิล เป็นต้น ทั้งหมดนี้อุดมด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามิน แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม เส้นใยอาหาร ฯลฯ และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ใช่แค่บำรุงคุณแม่เท่านั้น แต่สารเหล่านี้ คือตัวส่งเสริมให้ลูกในครรภ์มีเซลล์สมองที่ดีและสมบูรณ์ตั้งแต่เด็กจนโตด้วยนั่นเอง

16. น้ำแครอท อาหารชั้นยอด

          แครอทเป็นพืชที่แข็ง ย่อยยาก แต่หากแปรสภาพให้กลายเป็นแครอทต้ม จะกลายเป็นอาหารชั้นเยี่ยมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ เพราะแครอทที่สุกจะมีสารอาหารวิตามินดีสูง ซึ่งมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองลูกในครรภ์ ทั้งยังนิ่มกินง่ายขึ้นด้วย แครอทที่ต้มเละจะให้รสชาติที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะความร้อนช่วยทำให้น้ำตาลแตกตัวมีรสหวานขึ้นด้วย
 
17. คุณแม่ผ่อนคลายช่วยให้ลูกซึมซับความสุข


          ความเครียดระหว่างตั้งครรภ์ไม่มีประโยชน์ใดเลยทั้งสำหรับแม่และลูก ลองหาเวลาสัก 1 วันต่อสัปดาห์เป็นอย่างน้อย เพื่อตั้งใจที่จะ "ลดความเครียด" ไม่ว่าจะโดยวิธีการนอนหลับ อ่านหนังสือเบา ๆ ทำสปาเล็บมือเล็บเท้า หรือออกไปเดินเล่น ดูภาพยนตร์ ความรู้สึกดี ๆ สบายใจ และผ่อนคลายจะส่งผลต่อ IQ ลูกน้อยให้ฉลาดจากฮอร์โมนความสุข (เอ็นดอร์ฟิน) ที่หลั่งออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

การดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์

18. หันหน้าหาแดดยามเช้าช่วยลูกฉลาดล้ำ

          ถ้าคุณแม่ลองตื่นเช้าขึ้นสักหน่อย สูดอากาศบริสุทธิ์บริเวณหลังบ้านหรือนอกระเบียง ในเวลาหลังพระอาทิตย์ขึ้นไม่นาน พร้อมเปิดหน้าท้องให้สัมผัสกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดเข้ามา ผิวหนังจะค่อย ๆ ซึมซับวิตามินดีจากแสดงแดดอ่อน ๆ เพื่อเข้าไปบำรุงร่างกาย วิตามินดี มีส่วนช่วยพัฒนากระดูกและกล้ามเนื้อลูกในครรภ์ สร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้เด็กอารมณ์ดี แค่วันละสัก 10-15 นาที ก็มีประโยชน์ต่อลูกมากมาย

19. นอนให้อิ่มทุกวัน เพิ่มพลังลูกและแม่

          เวลาแม่นอนอิ่ม ร่างกายได้รับการฟื้นฟูซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเต็มที่ จิตใจเบิกบาน สดชื่น และลูกน้อยในท้องได้พักผ่อนด้วยเช่นกัน การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดที่สัมพันธ์กับการไหลเวียนของเลือด การปรับสภาพร่างกายให้สมดุลรักษาอาการเหนื่อยล้า หญิงตั้งครรภ์ที่นอนไม่เพียงพอจะขัดขวางการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ไปด้วย ควรนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมงทุก ๆ วันแค่นี้ก็ถือว่าให้สิ่งดี ๆ กับลูกไว้ล่วงหน้าแล้ว

20. สายน้ำเพิ่มความฉลาด

          น้ำมีคุณสมบัติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้สัมผัส คุณแม่ลองหาโอกาสเล่นกับน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ว่ายน้ำ การนอนแช่ในอ่างอาบน้ำ หรืออย่างน้อยแค่หย่อนขาลงในน้ำแกว่งไปมา อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ลดการเป็นตะคริว กล้ามเนื้อมีการผ่อนคลาย และช่วยลดอาการบวม ยิ่งถ้าได้ว่ายน้ำจะช่วยบริเวณอุ้งเชิงกราน ทำให้สดชื่น มองปลอดโปร่ง ส่งผลถึงวงจรสมองของลูก ให้ลูกรู้สึกอารมณ์ดี สองพัฒนาได้ดีขึ้น

21. หยุดแอลกอฮอล์ ช่วยต่อเซลล์สมองลูก

          แม่ตั้งครรภ์ที่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หากไม่ยอมหยุด เท่ากับปล่อยให้สารพิษทำลายระบบประสาท ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสมองลูก นอกจากลูกจะไม่ฉลาดแล้วยังอาจเกิดความผิดปกติ เช่น พิการได้ด้วย ดังนั้น ระหว่างตั้งครรภ์แค่ห่างไกลจากแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกชนิด ก็ถือว่าได้เพิ่มความฉลาดให้ลูกแล้ว

22. พักผ่อน ฟังเสียงธรรมชาติ ฉลาดทั้งครอบครัว

          ในระยะตั้งครรภ์ 9 เดือน คุณแม่ลองจัดตารางลาพักร้อนเพื่อครอบครัวไปพักผ่อนท่องเที่ยวยังแหล่งธรรมชาติบ้าง หากไม่มีเวลามาก ก็อาจหาสถานที่ใกล้บ้านเช่นสวนสาธารณะที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยธรรมชาติ เปิดโอกาสให้ได้รับเสียงจากธรรมชาติ เช่น เสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล เสียงลมพัดโบก เสียงสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนอย่างมากให้ระบบประสาทและสมองที่ควบคุมการได้ยินมีพัฒนาการที่ดีขึ้นสำหรับลูกน้อย รวมทั้งคุณแม่ได้พักผ่อนจิตใจ ผ่อนคลาย และมีความสุขเพิ่มขึ้นด้วย

การดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์

23. ทำสมาธิสบาย รับความผ่อนคลายไปพร้อมกัน

          หากไม่เคยลองนั่งสมาธิมาก่อน นี่เป็นเวลาที่คุณแม่จะได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ให้ประโยชน์ทั้งตัวแม่และลูกไปพร้อมกัน หาเวลาสักวันละ 1 ชั่วโมง เช่น ก่อนเข้านอน หรือตอนเช้าตรู่ ในมุมสงบของบ้านนั่งสมาธิ ทำใจให้สงบ ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ทิ้งเรื่องอื่น ๆ ไว้ก่อน แล้วนับลมหายใจเข้าออกแทน การทำสมาธิจะทำให้จิตใจแม่สงบ มีความจดจ่อ จะมีผลต่อร่างกายคุณแม่ให้เลือดสูบฉีดปกติ หัวใจเต้นสม่ำเสมอ ส่งผลต่อสมองให้รู้สึกมั่งคง ปลอดภัยไปด้วย

24. อ่านบทกลอนวันละหน่อย ลูกสมองแจ่มใส

          ไม่ใช่แค่นิทานเท่านั้นที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อย แต่เนื้อหาประเภทบทกลอนที่มีคำคล้องจองเรียงร้อยเข้าด้วยกัน จะช่วยสร้างจังหวะจะโคนในการฟังให้รู้สึกอ่อนโยนมากขึ้น จดจำได้ง่ายขึ้น คุณแม่ลองหาตัวอย่างกลอนที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ น่ารัก ๆ เช่น บทกลอนเกี่ยวกับธรรมชาติเด็ก หรือความรักในครอบครัว แล้วอ่านดัง ๆ ให้ลูกฟังก่อนนอนวันละบทสองบท จะช่วยสร้างการจดจำด้านภาษา กระตุ้นการฟัง การได้ยินตั้งแต่อยู่ในครรภ์ มีผลต่อการพัฒนาของเซลล์สมองได้เป็นอย่างดี

25. พ่อแม่หัวเราะด้วยกัน ลูกออกจากครรภ์อย่างสมบูรณ์

          หากคุณพ่อคุณแม่เป็นคนมีอารมณ์ขันอยู่เสมอ นับว่าเป็นเรื่องโชคดีไม่น้อย เพราะการหัวเราะบ่อย ๆ ระหว่างตั้งครรภ์ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งส่งผลไปยังอารมณ์และการเต้นของหัวใจลูกเช่นกัน ก่อนนอนทุกวัน ลองหาเรื่องตลก ๆ มาเล่าสู่กันฟังในครอบครัว โดยคุณพ่อเป็นคนเล่าให้คุณแม่หัวเราะ หรือหาหนังตลกมาดูด้วยกัน การได้หัวเราะออกมาดัง ๆ ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินที่มีผลดีต่อร่างกายและส่งผลดีต่อลูกในครรภ์ให้ร่าเริง แจ่มใส สมองมีความพร้อมที่จะรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นนั่นเอง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Vol.21 No.241 พฤศจิกายน 2558


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
25 เคล็ดลับ สร้างลูกฉลาดได้ตั้งแต่ในครรภ์ โพสต์เมื่อ 29 ธันวาคม 2558 เวลา 14:26:54 101,885 อ่าน
TOP