
ภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำ (Hydrops fetalis) (รักลูก)
ภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำนั้นหมายถึง ภาวะที่ทารกมีการสะสมของของเหลวอย่างผิดปกติในร่างกายอย่างน้อย 2 ส่วนขึ้นไป เช่น ภาวะน้ำในช่องท้อง น้ำคั่งในปอด น้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ น้ำในชั้นใต้ผิวหนัง ในบางรายพบร่วมกับภาวะน้ำคร่ำมากกว่าปกติและรกบวม ซึ่งภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำ แบ่งได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
1. Immune hydrops fetalis เกิดจากภาวะที่มีปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันในกระแสเลือด ของมารดากับตัวเม็ดเลือดแดงของทารก ทำให้เกิดภาวะโปรตีนในกระแสเลือดต่ำ และภาวะหัวใจวาย
2. Nonimmune hydrops fetalis เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ความผิดปกติของหัวใจ ทารก การติดเชื้อของทารกในครรภ์ และภาวะทารกมีโครโมโซมผิดปกติ
อุบัติการณ์ของ Immune hydrops fetalis ลดลงอย่างมากโดยลดจาก 65 : 10,000 ของการคลอดในปี ค.ศ.1960 เป็น 10.6 : 10,000 ของการคลอดในปี ค.ศ.1990 ส่วนอุบัติการณ์ของ Nonimmune hydrops fetalis พบประมาณ 1 : 1500-1 : 4000 ของการคลอด โดยเชื้อชาติจะมีผลต่ออุบัติการณ์ และสาเหตุของภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำ
การเกิดภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำ เกิดจากความไม่สมดุลของปริมาณน้ำในกระแสเลือดรวมถึงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจากกลไกหลายประการ ซึ่งกลไกพื้นฐานของการเกิดภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำ เกิดจากความไม่สมดุลของอัตราการเพิ่มการสะสมของของเหลว ซึ่งเกิดจากการลดลงของการไหลเวียนกลับสู่กระแสเลือด ของระบบหลอดเลือดฝอย และระบบน้ำเหลือง
สาเหตุสำคัญของการเกิดความไม่สมดุลของของเหลวมีหลายประการ เช่น ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ภาวะหัวใจวาย มีการขัดขวางการไหลเวียนกลับของระบบหลอดเลือดคำและระบบน้ำเหลือง
ทารกในครรภ์ที่เกิดภาวะบวมน้ำ จะมีกลไกการปรับตัว โดยมีการเพิ่มความสามารถในการดึงออกซิเจนมาใช้เพิ่มขึ้น และส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญเพิ่มขึ้น เช่น สมอง หัวใจ ซึ่งกลไกดังกล่าว จะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของความดันในระบบหลอดเลือดดำ เพิ่มการสะสมของของเหลว และนำไปสู่ภาวะบวมน้ำในทารก
นอกจากนี้ยังพบว่า การสร้างอัลบูมินจากตับจะลดลง เนื่องจากมีการลดลงของการไหลเวียนเลือดที่ตับ ภาวะที่มีอัลบูมินต่ำลงจะทำให้เพิ่มการไหลเวียนของเหลว แต่ภาวะอัลบูมินต่ำ ไม่น่าจะใช่สาเหตุแรกของการเกิดภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำ โดยเกณฑ์ในการวินิจฉัยจะใช้การตรวจพบ มีการสะสมของของเหลวอย่างผิดปกติอย่างน้อย 2 แห่งขึ้นไปในทารก เช่น การบวมของผิวหนังทั่วตัว น้ำในช่องท้อง น้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ น้ำในช่องปอด เป็นต้น
หากมีการตรวจพบของเหลวสะสมเพียงแห่งเดียวในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจเป็นอาการเริ่มต้นของภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำในที่สุด การตรวจติดตามทารกเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อที่จะแน่ใจว่าจะไม่เกิดภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำในที่สุด ซึ่งปกติจะมีเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำโดยแบ่งเป็น








ในปัจจุบัน การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง มีบทบาทอย่างมากในการตรวจประเมินทารกในครรภ์ ในกรณีที่ทารกในครรภ์มีภาวะซีดมาก Hematocrit ต่ำกว่าร้อยละ 30 และอายุครรภ์ยังต่ำกว่า 35 สัปดาห์ จะทำการรักษาโดยการให้เลือดแก่ทารกในครรภ์
ในอดีต นิยมการให้เลือดเข้าไปในช่องท้องทารก แต่ปัจจุบันการให้เลือดเข้าไปในหลอดเลือดเป็นวิธีที่นิยมมาก การให้เลือดทารกโดยตรง โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายเลือด เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดผ่านรกและไตทารกจะรวดเร็วมาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ปีที่ 29 ฉบับที่ 338 มีนาคม 2554