
หนูเป็นโรคกระเพาะ...หรือเปล่านะ (รักลูก)
เรื่อง : สิริพร
โรคกระเพาะที่กำลังพูดถึง หมายถึงโรคแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งเกิดจากสาเหตุต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่จะต้องสังเกตอาการปวดท้องของลูกให้ดีว่าเป็นอาการของโรคกระเพาะจริงหรือไม่
หนูเป็นโรคกระเพาะ ?
หงุดหงิด ร้องกวน แสดงว่ามีการระคายเคืองของกระเพาะ แต่หากกินนมแล้วอาเจียน กินอิ่มแล้วอาเจียนเป็นเลือด ถือว่าเป็นอาการรุนแรงสำหรับเด็กที่มีแผลในกระเพาะ ซึ่งอาจจะมีการติดเชื้อรุนแรงแรง หรือปอดอักเสบได้
ลูกไม่ยอมกิน อาจมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น แผลในปากฟันขึ้นแล้วไม่ยอมกิน แต่หากไม่กินเป็นระยะนานเกินไป หรือว่าเป็นอาทิตย์ ก็ให้สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า ลูกอาจจะเป็นแผลในกระเพาะได้
กินยาลดไข้แล้วอาเจียนเป็นเลือด หากลูกมีไข้ แล้วได้รับยาลดไข้ชนิดที่แรง เยื่อบุกระเพาะยังอ่อนแอ การกินยาลดไข้ที่มีฤทธิ์รุนแรง อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะของลูกได้ จะเกิดเป็นลักษณะของแผลเปื่อย แผลถลอกในกระเพาะเวลาที่ลูกอาเจียนก็จะมีเลือดได้ค่ะสัญญาณเตือน...ต้องรีบพบคุณหมอ
อาเจียนเป็นเลือด ร่วมกับถ่ายเป็นสีดำ อาจมีสาเหตุจากการมีเลือดออกในกระเพาะ ถือเป็นความรุนแรงที่ฉุกเฉิน ลูกจะดูบวม ซีด หงุดหงิด งอแง มีอาการระคายเคืองของทางเดินอาหาร เพราะมีการเสียเลือดที่เกิดจากแผลในกระเพาะอาหาร
มีเลือดออกมาเยอะ ๆ เป็นพัก ๆ เลือดออกมาสีแดงตอนแรก ๆ ก็จะทำให้อุจจาระเปลี่ยนเป็นสีดำได้ ซึ่งเป็นอาการที่อันตรายที่สุด ต้องรีบพบคุณหมอเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วนค่ะสาเหตุ...โรคกระเพาะของหนู
โรคกระเพาะหรือโรคแผลในกระเพาะอาหารในเด็ก เกิดจากการที่กระเพาะอักเสบ ซึ่งมีสาเหตุต่าง ๆ กัน ดังนี้ค่ะ
เกิดกรดในกระเพาะเยอะ ความเครียด การเร่งรีบกินข้าว หรือกินไม่ตรงเวลา ล้วนทำให้ลูกเกิดกรดในกระเพาะมากขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งหากลูกมีกรดในกระเพาะเยอะ กรดนี้ก็จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร และแผลก็จะขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ
กินยาและได้รับสารเคมี พวกเครื่องเทศที่มีรสเผ็ดจัด สีจากขนม รวมถึงสารเคมีอื่น ๆ ที่มาจากของดอง ก็จะกัดกร่อน เยื่อบุกระเพาะ จนเป็นสาเหตุให้กระเพาะบางลง ซึ่งระดับของการระคายเคืองนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเคมีที่ได้รับ
จากการติดเชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแมคเตอร์ ไฟลอร์ (Helicobacter pylori) ซึ่งมีอยู่ในน้ำจืด หากเรากินน้ำที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อน ทำให้ติดเชื้อ และเกิดเป็นแผลในกระเพาะได้ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบกินผักดิบ กินของดิบ ที่มาจากแหล่งน้ำที่มีเชื้อนี้อยู่ ทำให้เชื้อนี้ไปอยู่ในกระเพาะ ซึ่งเชื้อนี้ก็จะถ่ายทอดจากคุณพ่อคุณแม่ไปสู่ลูกเล็ก ๆ ที่อยู่ในบ้าน ด้วยการปนเปื้อนทางด้านอาหาร เช่น การเคี้ยวข้าวให้ลูกกิน ทำให้เชื้อที่อยู่ในกระเพาะขึ้นมาอยู่ที่หลอดอาหาร แล้วมาอยู่ในน้ำลายเชื้อจึงมีการติดต่อไปยังเด็กทารกหรือเด็กโตได้
สาเหตุอื่น ๆ จริง ๆ แล้วอาการปวดท้องของลูก ก็ไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นโรคกระเพาะเสมอไป นอกจากแผลในกระเพาะที่ทำให้เด็ก ๆ ปวดท้อง มีสาเหตุอื่นด้วย เช่น เด็กที่มีกล้ามเนื้อกระเพาะอ่อนแอ กระเพาะก็จะยืดออก ทำให้มีความรู้สึกว่ากระเพาะมีอาหารเต็มตลอดเวลา จนปวดท้อง รู้สึกอึด จุก แน่น อาการที่เขาอิ่ม จุกแน่น หรือเป็นเพราะกระเพาะบีบตัวไม่ดีเป็นกรดไหลย้อน รวมถึงท้องผูกมาก ๆ กระเพาะก็จะยืดออกเหมือนกัน จึงต้องมาให้คุณหมอตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นโรคกระเพาะหรือไม่ค่ะดูแลเบื้องต้นให้ลูกน้อย
1.ก่อนอื่นเราจะต้องดูว่าลูกเป็นโรคกระเพาะจริงหรือเปล่า ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะต้องสังเกตอาการลูกว่ากินอะไรแล้วปวดท้อง ปวดท้องสัมพันธ์กับอะไรบ้าง อาการปวดท้องเป็นสัญญาณเตือนในเบื้องต้น จากนั้นค่อยมาหาสาเหตุ
เช่น ปวดท้องแล้วมีไข้ น้ำหนักลด ปวดขา ปวดข้อ มีผื่นขึ้น ซึ่งหากมีอาการต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมด้วย แสดงว่าลูกเราไม่ได้เป็นโรคกระเพาะ แต่อาจเป็นเพราะเส้นเลือดอักเสบก็ได้
2.ดูแลเรื่องการกินยาให้ลูก จะต้องดูอาการให้แน่ชัดว่าลูกปวดท้องแบบไหน เช่น ปวดท้อง เพราะท้องผูก หากไปซื้อยาธาตุน้ำขาว ซึ่งบางตัวจะประกอบไปด้วยอะลูมิเนียมไฮดร็อกไซด์ อาการก็จะยิ่งแย่ หรือให้กินยาที่ดลการเกร็งของลำไส้ ซึ่งยาตัวนี้จะยิ่งทำให้ลำไส้หยุดทำงาน ท้องผูกมากกว่าเดิม จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนได้ค่ะ
ฉะนั้นจึงควรเลือกยาให้เหมาะสมตามอาการ แต่หากให้ลูกกินต่อเนื่องแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ควรรีบพาไปพบคุณหมอ เพื่อวินิจฉัย และทำการรักษาให้ตรงจุด
ป้องกันไว้...ห่างไกลโรคกระเพาะ
โรคกระเพาะ หรือโรคแผลในกระเพาะอาหาร ไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวมากค่ะ เพียงคุณพ่อคุณแม่ใส่ใจรายละเอียดสุขลักษณะทั้งกับตัวเอง และลูกอย่างสม่ำเสมอ ลูกเราก็จะห่างไกลจากโรคกระเพาะได้แล้วค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ปีที่ 30 ฉบับที่ 352 พฤษภาคม 2555





