
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
มนุษย์เราต้องมีเลือดหล่อเลี้ยงร่างกายจึงจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากหากจู่ ๆ เลือดก็เกิดไหลออกจนหมดร่างกาย เช่นหนูน้อยชาวอังกฤษ "โอลิเวอร์ มอร์แกน" ที่เกิดมาโดยปราศจากเลือดในร่างกายแม้สักหยด !!
แน่นอนว่าถ้าคนเราไม่มีเลือดหล่อเลี้ยงอยู่ในร่างกายก็คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ไม่ต่างไปจากพ่อหนู โอลิเวอร์ มอร์แกน ที่เกิดมาในสภาพตัวซีดเซียว และไร้ลมหายใจ.. จะเรียกว่าตายตั้งแต่เกิดมาเลยก็ไม่ผิดนัก เนื่องจากมารดาประสบภาวะการตั้งครรภ์ที่เรียกว่า "วาซา พรีเวีย" (vasa previa) หรือภาวะหลอดเลือดสายสะดือห้อยต่ำ ซึ่งหลอดเลือดสายสะดือของหนูน้อยโอลี่ย์ อยู่ในตำแหน่งตรงกับปากมดลูกของนางเคธี่ ผู้เป็นมารดาพอดี ซึ่งเด็กที่ตกอยู่ในภาวะครรภ์เช่นนี้ จะเสียชีวิตแทบทันที่หากคลอดออกมาโดยวิธีธรรมชาติ เนื่องจากการเบ่งทำให้หลอดเลือดสายสะดือฉีกขาด จนทำให้เด็กเสียเลือดจนถึงแก่ชีวิต อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีของโอลิเวอร์นั้นนับเป็นปาฏิหาริย์อย่างยิ่งยวดที่เขารอดชีวิตมาได้
ตามรายงานจากเว็บไซต์เดอะซัน เมื่อวันที่ 27 มกราคม ระบุว่า ขณะนางเคธี่ อายุครรภ์ได้ 37 สัปดาห์ครึ่ง เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมดสโตน เจเนอรัล เมืองเมดสโตน ของอังกฤษ โดยด่วนในเวลากลางดึก หลังพบว่ามีเลือดออกมาก เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแล้วจึงได้พบว่าเลือดที่ออกมามากมายนั้นเป็นเลือดของชีวิตน้อย ๆ ที่อยู่ในท้องของเธอนั่นเอง
เคธี่ ถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน และแพทย์ตัดสินใจผ่าตัดทำคลอดทารกออกมาโดยทันที ทารกน้อยคลอดออกมาด้วยน้ำหนัก 2,749 กรัม ทว่ากลับเป็นเพียงร่างกายที่อ่อนปวกเปียก ไร้ลมหายใจของเท่านั้น แต่ทีมแพทย์ยังไม่ละความพยายาม พวกเขาตัดสินใจให้ออกซิเจน รวมทั้งทำการนวดหัวใจ และถ่ายเลือดผ่านทางหลอดเลือดสายสะดือที่ฉีกขาดนั่นเอง จนในที่สุดก็สามารถเรียกชีวิตน้อย ๆ ของเขากลับคืนมาจากมัจจุราชได้ หลังจากพ่อหนูหยุดหายใจเป็นเวลานานถึง 25 นาที
แต่แม้จะเรียกชีวิตกลับคืนมาได้แล้ว พ่อหนูน้อยก็ยังคงไม่พ้นจากความเสี่ยงอื่น ๆ หลังจากที่หยุดหายใจไปนานเกือบครึ่งชั่วโมง แน่นอนว่าออกซิเจนย่อมไปเลี้ยงสมองของเขาไม่เพียงพอ อันจะทำให้เกิดความเสียหายได้ แพทย์จึงเร่งนำตัว โอลี่ย์ ไปยังตู้ควบคุมอุณหภูมิ พันเขาด้วยผ้าห่อที่ปรับอุณหภูมิร่างกายเขาให้ลดลงไปที่ 32 องศาเซลเซียส เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยงที่ผิวน้อยลง และในทางกลับกันจะไปหล่อเลี้ยงยังสมองและหัวใจของเขาแทน เพื่อให้ซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่ถูกทำลายไปขณะที่ไม่หายใจ โอลี่ย์อยู่ภายใต้การควบคุมอุณหภูมิเช่นนี้จนถึงวันที่ 3 แพทย์ก็ค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิขึ้นวันละครึ่งองศา จนถึงวันที่ 11 อุณหภูมิร่างกายก็กลับขึ้นมาสู่ปกติที่ 37 องศา และหนูน้อย โอลี่ย์ ก็แข็งแรงดีจนสามารถกลับบ้านเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตที่แท้จริงได้
ปัจจุบันพ่อหนู โอลิเวอร์ อายุได้ 15 เดือนแล้ว ทั้งยังแข็งแรงและร่าเริงดี นี่ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่เด็กน้อยเนื้อตัวอ่อนปวกเปียก ผิวซีดเซียว ไร้ลมหายในในวันนั้น จะมาเดินเตาะแตะพร้อมทั้งส่งเสียงหัวเราะร่าเริงได้อย่างตอนนี้ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าทั้งพ่อและแม่ของเขาจะมีความสุข และรู้สึกขอบคุณความพยายามของทีมแพทย์ รวมทั้งปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มากขนาดไหน
"เมื่อนึกย้อนกลับไป ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง แต่ในตอนนี้เขาก็แข็งแรง ร่าเริง มีความสุขอยู่กับครอบครัวที่รักเขาเป็นที่สุด และมีอนาคตที่ดีรอคอยเขาอยู่ข้างหน้า" นางเคธี่กล่าวเมื่อได้นึกย้อนไปถึงเรื่องราวของลูกชายคนเล็กของครอบครัว
และสุดท้ายก็ต้องขอรับขวัญพ่อหนูนักสู้ตัวน้อย โอลิเวอร์ มอร์แกน ให้เติบโตเป็นเด็กที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง ๆ นับจากนี้ และตลอดไป






