เสริมทักษะลูกได้อย่างฝัน เมื่อรู้ทันพัฒนาการเด็ก

บทความน่ารู้ของแม่และเด็ก ภาพเด็กน่ารักๆ ดูได้จากมือถือ คลิก<<

เด็ก

 



เสริมทักษะลูกได้อย่างฝัน... เมื่อรู้ทันพัฒนาการเด็ก (ไทยรัฐ)

          ลูก...เปรียบเสมือนจิ๊กซอชิ้นสำคัญ ที่สามารถต่อภาพครอบครัวให้สมบูรณ์แบบได้ และในช่วงขวบปีแรกของเจ้าตัวน้อย เป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมทุกศักยภาพของลูก คุณพ่อและคุณแม่มือใหม่ควรให้ความสนใจพัฒนาการด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้

          พญ.สินดี จำเริญนุสิต กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยถึงพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูกในช่วงขวบปีแรกเอาไว้ว่า พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว เป็นพัฒนาการที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมาก แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

          1. การใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่  ทารกแรกเกิดถึง 1 เดือน จะมีพฤติกรรมที่ไม่จำเพาะเจาะจง เรียนรู้และตอบสนองสิ่งที่อยู่ใกล้ชิด ตาเริ่มมองเห็น หูได้ยินและรับรู้สัมผัสต่างๆ ได้ เมื่ออายุ 2-4 เดือน จะเริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ใช้แขนล่างพยุงตัว ชันคอ และหันศีรษะได้ เมื่ออายุ 6 เดือน สามารถคว่ำและหงายได้เอง นั่งเองได้ชั่วครู  เมื่อจับยืนน้ำหนักลงที่เท้าทั้ง 2 ข้างได้ หลังจากนั้นเมื่ออายุครบ 9 เดือน ลูกจะเริ่มนั่งได้มั่นคง คลานและเกาะยืนได้ แต่พอครบ 1 ขวบเมื่อไหร่ก็จะสามารถเกาะเดินและยืนเองได้ชั่วครู่ พัฒนาการอีกขั้นคือลูกจะกางแขนและขาเพื่อช่วยให้ทรงตัวได้
          2. การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตจะพบว่าเด็กแรกเกิดจะกำมือแน่น แต่ต่อมาจะเริ่มกำมือแบบหลวมๆ นี่คือปฏิกิริยาหนึ่งในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เมื่ออายุได้ 4 เดือนจะเริ่มกางนิ้ว หุบนิ้ว เอามือจับกันตรงกลางได้  พอครบ 6 เดือน จะสามารถเอื้อมหยิบของได้แม่นยำ และเริ่มหยิบของเล็ก ๆ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ได้ถนัดเมื่ออายุประมาณ 1 ปี

          คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของลูกได้ด้วยการดูแลเรื่องสุขภาพ และโภชนาการที่เหมาะสม จัดสถานที่เลี้ยงดูให้ลูกน้อยมีอิสระในการเคลื่อนไหว ควรเลือกของเล่นที่มีสีสันแต่ปลอดภัย เพื่อช่วยฝึกฝนทักษะการมองและการหยิบจับ แต่หากถึงวัยที่เหมาะสมกับพัฒนาการด้านต่าง ๆ แล้ว แต่ลูกยังแสดงแค่ปฏิกิริยาสะท้อน แสดงว่าอาจเกิดความผิดปกติของสมอง ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การรักษาแต่เนิ่น ๆ (early intervention) ซึ่งจะได้ผลดีในช่วงที่สมองอยู่ในระหว่างการเติบโตและมีความยืดหยุ่นสูง

          พัฒนาการด้านการรับรู้และสังคม

          ทารกแรกเกิดจะมีพัฒนาการด้านการรับรู้และสังคม เช่น การจ้องมองหน้า มองตามการเคลื่อนไหว หรือสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงดัง เมื่ออายุ 2 เดือน จะรู้จักเลียนแบบหน้าตาและทำปากตาม สนใจฟังเสียงพูดคุย ขยับตัวตามจังหวะได้  เมื่ออายุครบ 4 เดือนจะสนใจคนหรือสิ่งของที่อยู่ไกลตัว มองตามคนคุ้นเคย ส่งเสียงอ้อแอ้ และหันมองหาแหล่งของเสียงได้ถูกต้อง เมื่ออายุ 6 เดือนจะเริ่มไขว่คว้า สำรวจสิ่งที่อยู่ในมือ แยกแยะคนแปลกหน้าได้ สามารถเข้าใจท่าทางและสำเนียง เช่น หยุดเมื่อถูกห้าม เด็กวัยนี้สามารถกินอาหารกึ่งเหลวที่ป้อนด้วยช้อนได้แล้ว และเริ่มหยิบอาหารกินเอง เล่นจ๊ะเอ๋ ร้องตามแม่ได้เมื่ออายุครบ 9 เดือน พออายุครบ 1 ปี ลูกคุณจะกลายเป็นเจ้าตัวน้อยช่างสำรวจ สามารถเล่นตบมือ โบกมือได้

          คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตความสามารถในการรับรู้ของลูกจากการมอง การฟัง การสัมผัสและการตอบสนอง คอยเอาใจใส่ ยิ้มแย้ม พูดคุยกับลูกอย่างอ่อนโยน ร้องเพลง ทำท่าทางให้เลียนแบบและเสริมสร้างทักษะการมอง การสัมผัส ด้วยของเล่นสีสันสดใส

          พัฒนาการด้านภาษา

          สำหรับการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาในเด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกเป็นประจำเพื่อส่งเสริมให้มีพัฒนาการทางภาษา อย่างเหมาะสม น้ำเสียงที่แตกต่างกันจะทำให้เด็กได้เรียนรู้ความหมายของการสื่อสารและความ รู้สึกแตกต่างกันไป แต่เมื่อเด็กอายุ 7 เดือนขึ้นไป ควรสื่อสารด้วยภาษาที่ใช้กับเด็กโตหรือผู้ใหญ่เพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยให้เด็ก ได้เรียนรู้ภาษาในระยะต่อไปอย่างดี สอนหรือบอกให้เด็กทำสิ่งต่างๆ อย่างง่ายๆ พร้อมกับมีกิริยาทำท่าประกอบควบคู่กันไป จะช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งที่ต้องการผู้ใหญ่ต้องการสื่อสารได้ง่ายขึ้น รวมถึงต้องคอยสังเกตการตอบสนองของเด็กด้วย หรือคุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้หนังสือนิทานหรือรูปภาพมาช่วยเสริมสร้างทักษะด้านภาษา ก็จะช่วยเพิ่มคำศัพท์ให้แก่เด็กได้มาก อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน 

          อย่างไรก็ตาม ผู้เลี้ยงไม่ควรตั้งใจสอนให้เด็กอ่านหรือท่องจำหนังสือ หรือตัวเลขมากเกินไป เพราะการที่เด็กท่องจำได้ตามที่ถูกสอนไม่ได้หมายความว่าเด็กจะมีความสามารถ ในการอ่านระยะถัดไปได้ดีกว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน ความเข้าใจทางภาษาที่แตกฉานและสามารถใช้ภาษาพูดได้เป็นอย่างดีต่างหากที่จะ เป็นรากฐานที่สำคัญต่อความรู้ความเข้าใจในการอ่านหรือเขียนมากกว่า และควรเปิดโอกาสให้เด็กหยิบจับหรือหัดเปิดหนังสือเองบ้าง

          อย่างไรก็ตาม พัฒนาการของเด็กแต่ละคนมีความหลากหลาย อายุที่กล่าวไว้นั้นเป็นเพียงเกณฑ์ที่เด็กส่วนใหญ่ควรทำได้ ซึ่งหากไม่เป็นไป ตามนี้ก็อาจไม่ได้หมายถึงพัฒนาการที่ล่าช้าแต่อย่างใด ดังนั้น หากผู้ปกครองมีความสงสัยเรื่องพัฒนาการของบุตรหลาน ควรปรึกษากุมารแพทย์โดยตรง

เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก






สมาชิกกระปุก
E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....