|
กลับมาอีกครั้งกับนิทานผสานเสียงดนตรี และแสงสีสวยงาม
เอนฟาโกร เอพลัส จัดแถลงข่าวพร้อมไฮไลต์การแสดงในกิจกรรม "เอนฟา เอพลัส มหัศจรรย์นิทานดนตรี" ปี 2 จากนิทานคลาสสิคสู่การ แสดงสดนิทานประกอบดนตรีซิมโฟนีพร้อม เทคนิคแสง สี เสียง เพื่อสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ให้เด็กๆ ที่โรงเเรม เจ ดับบลิว เเมริออท เมื่อไม่นานนี้
ดร.พัฒนา ชัชพงศ์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ดนตรีเป็นสิ่งที่ให้จังหวะชีวิตและความสุข เมื่อใจเราสุขสมองจะเปิดรับสิ่งต่างๆ ที่ได้ยิน ขณะที่เด็กเองเริ่มฟังจังหวะตั้งแต่อยู่ในท้องแม่
ดนตรีมีทั้งจังหวะช้าเร็วต่างกัน สัมพันธ์กับเรื่องคณิตศาสตร์ จำนวนนับ การเคลื่อนที่ การทรงตัว การวิ่งและการหายใจ ทำให้เขาดำเนินชีวิตในการจับจังหวะ ขณะเดียวกัน นิทานกับเด็กไม่เคยแยกจากกัน การเล่านิทานไม่จำเป็นต้องเป็นเล่มหรือเป็นเรื่องเสมอไป ไม่ต้องเล่าให้จบแต่ให้เขาไปคิดต่อเองได้ ประโยชน์ของนิทานช่วยเสริมจินตนาการ เสริมให้คิดและมีความต่าง การเล่านิทานแต่ละครั้งพ่อแม่อาจเสริมคุณธรรม จริยธรรมควบคู่ไปด้วย
มหัศจรรย์นิทานดนตรีครั้งนี้ เปิดการแสดงด้วยการด้นนิทานสดหรือ Free Tale ก็เพราะอะไรๆ ก็เป็นนิทานได้ กับนักเล่านิทานมืออาชีพอย่าง บัวไร ที่มาชวนเด็กๆ สร้างจินตนาการจากเสียงสระและพยัญชนะ โดยให้วัยซนเป็นผู้ต่อเติมเรื่องราวของนิทานเองตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนจะพาเด็กๆ เข้าสู่โลกมหัศจรรย์แห่งนิทานและดนตรีรวม 3 เรื่อง
พี่เอี้ยง สวนีย์ อุทุมมา ผู้กำกับฯ และเขียนบทให้กับนิทานดนตรีในครั้งนี้เล่าว่า นิทานมีผลต่อจินตนาการ ทักษะด้านภาษาของเด็กๆ และความอบอุ่นในครอบ ครัว เมื่อได้ดนตรีมาเสริมเรื่องความรู้สึกและสุนทรียภาพ "นิทานดนตรี" จึงกลายเป็นสื่อที่มีพลัง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการไปพร้อมกับความบันเทิง
"นิทานดนตรีในครั้งนี้มีแนวคิดหลักเกี่ยวกับพลังของเด็กๆ แต่สามารถฝ่าฟันเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยจะแสดงทั้งหมด 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ ราชสีห์กับหนู สอดแทรกข้อคิด คุณธรรมของพลังจากหนูตัวเล็กๆ ที่สามารถช่วยเหลือสัตว์ตัวใหญ่อย่างราชสีห์ได้
นิทานเรื่องนี้ใช้เทคนิคแบล็กไลต์ที่สอดแทรกความรู้เรื่องแสงและเงา ถ้านักแสดงดึงภาพมาใกล้แสงก็จะเห็นได้ว่าภาพเล็กลง แต่ถ้าดึงภาพนี้ออกจากแสงจะทำให้ภาพนี้ใหญ่ขึ้น
เรื่องที่สองคือ ฮันเซล เกรเทล เด็กตัวเล็กๆ ที่รู้จักคิดและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจนสามารถจัดการกับแม่มดได้
และเรื่องสุดท้าย แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ เด็กชายตัวน้อยที่ขึ้นไปจัดการกับเจ้ายักษ์ใจร้าย ความพิเศษอยู่ตรงที่การดึงเด็กๆ ที่นั่งชมมามีส่วนร่วมกับตัวละครในจังหวะที่ต้นถั่วกำลังเติบโตสู่ฟ้า นิทานดนตรีเรื่องนี้จะสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมในเรื่องความกตัญญู ทำให้เด็กรู้ว่าการเป็นฮีโร่ได้ต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม"

คานธี อนันตกาญจน์ ผู้กำกับดนตรีให้ความเห็นว่า เทปนิทานเด็กที่พบทั่วไปในท้องตลาดมักใช้ดนตรีสังเคราะห์บรรเลง ไม่ได้ใช้เครื่องดนตรีจริง การใช้เครื่องดนตรีจริงที่เป็นวงใหญ่จะทำให้เด็กเห็นศักยภาพของเครื่องเล่นดนตรีต่างๆ จำแนกเสียงดนตรีแต่ละชนิดได้ว่าเสียงเป็นแบบไหน ทำให้สมองเกิดการพัฒนา โดยเฉพาะการใช้ดนตรีที่เป็นซิมโฟนีจะยิ่งเห็นผลมากขึ้น
"สำหรับดนตรีซิมโฟนีที่ใช้บรรเลงประกอบการเล่านิทานจะมีแนวเพลงต่างกันออกไป สำหรับเรื่องราชสีห์กับหนู ดนตรีที่ใช้จะมีกลิ่นอายความเป็นแอฟริกา แต่ถ้าเป็นเรื่อง ฮันเซล เกรเทล จะเป็นแนวเพลงหวานๆ สื่อให้เห็นถึงความรักของพี่ชายกับน้องสาว ส่วนเรื่อง แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ จะใช้เทคนิคการเพิ่มบีตของดนตรีในช่วงที่ตื่นเต้น และเบาเสียงเมื่อเนื้อเรื่องคลี่คลายลง
เทคนิคต่างๆ ที่เราใช้ในนิทานดนตรีออกแบบภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กทั้งหมด เพราะต้องศึกษาก่อนว่าเด็กชอบอะไร กลัวอะไร และต้องดึงดูดเด็กด้วยเทคนิคอะไรจึงจะเหมาะสม แม้แต่ทีมงานเบื้องหลังการแสดงก็จะต้องทำงานร่วมกับเด็กอย่างใกล้ชิด การแสดงนี้จึงต้องอาศัยการฝึกฝนและหลักจิตวิทยาเด็กสูง"
สนใจร่วมงานได้ในวันที่ 25-26 เม.ย.นี้ การแสดงจัดขึ้นวันละ 3 รอบ คือ 10.00-12.00 น., 14.00-16.00 น. และ 17.00-19.00 น. ที่หอประชุม โรงละคร สำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สำรองที่นั่งหรือสอบถามโทร. 0-2351-8080
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คอลัมน์ : สดจากเยาวชน |